Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดศรีสะเกษลุยแก้ฝุ่น PM2.5 สร้างนวัตกรรม “เมืองไร้ควัน” ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ศรีสะเกษลุยแก้ฝุ่น PM2.5 สร้างนวัตกรรม “เมืองไร้ควัน” ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

-

จังหวัดศรีสะเกษเดินหน้าจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การวิเคราะห์ปัญหาพื้นที่ชุมชนเป้าหมาย PM 2.5” ณ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ (เกาะห้วยน้ำคำ) โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวศรีเสงี่ยม ณูรักษา เป็นประธานในพิธีเปิด

อาจารย์ชนินทร เรืองอุดมสกุล หัวหน้าโครงการ ในนามคณะทำงานโครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษกำลังเผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการเผาในที่โล่ง และกระบวนการผลิตถ่านแบบดั้งเดิมที่ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศ

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ได้ริเริ่มนำนวัตกรรม “เตาเผาถ่านชีวมวลไร้ควัน” หรือ “เตาซุปเปอร์ ดร.บอล” มาใช้ ซึ่งเป็นระบบเผาไหม้สมบูรณ์ สามารถแปรรูปเศษวัสดุทางการเกษตร เช่น กิ่งไม้ ให้กลายเป็นถ่านคุณภาพสูงและน้ำส้มควันไม้ โดยไม่ก่อให้เกิดควันหรือมลพิษ ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ในชุมชน

สำหรับการอบรมครั้งนี้เป็นระยะที่ 1 (Learning & Context Analysis) ภายใต้แนวคิด LIP Platform มุ่งเน้นการวิเคราะห์ปัญหาในพื้นที่จริง และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ได้แก่ ผศ.ดร.เทอดเกียรติ แก้วพวง และ ดร.นิโรธ ศรีมันตะ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจากตัวแทนชุมชน คณะทำงาน และนักศึกษา รวมจำนวน 75 คน ซึ่งถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ คาดหวังว่า กิจกรรมดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้าง “นวัตกรท้องถิ่น” และขับเคลื่อน “โมเดลเมืองไร้ควัน (Smokeless City Model)” ของจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ ลดผลกระทบด้านสุขภาพ และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนในระยะยาวอย่างยั่งยืน

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

คุณตาเมืองตรังขยายพันธุ์”ควายเผือก”สู่เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้

ฟาร์มซาซา หมู่ที่ 7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ของ "กะหนี ซาซา" อายุ 71 ปีใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเลี้ยงทั้งควายเผือกและควายดำรวม 15 ตัว โดยเป็นควายเผือก 8 ตัวและควายดำ 7 ตัว ซึ่งการเลี้ยงควายเผือกเริ่มจากความชอบส่วนตัวที่เห็นลักษณะของควายเผือกแล้วเกิดความรัก ความหลงใหลในรูปร่าง สีสันและความเชื่อง  จึงซื้อมาเลี้ยงครั้งแรกเมื่อปี 2560...