Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดอิ่มสวนกระแส! ข้าวแกง 10 บาทอยุธยา ตรึงราคาสู้ของแพง คนแห่ฝากท้องแน่นร้าน

อิ่มสวนกระแส! ข้าวแกง 10 บาทอยุธยา ตรึงราคาสู้ของแพง คนแห่ฝากท้องแน่นร้าน

-

ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันและต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย แต่ยังมีร้านอาหารเล็ก ๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ยังคงยืนหยัดตรึงราคาขาย “ข้าวแกง 10 บาท” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน

ร้านแห่งนี้มีชื่อว่า ร้าน “อิ่มแปล้ ข้าวแกง 10 บาท” ริมถนนเส้นทางงามเขต มุ่งหน้าถนนสายเอเชีย หมู่ 1 ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเปิดให้บริการมากว่า 3 ปี ซึ่งแต่ละวันในช่วงเช้าคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจาก มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาฝากท้องอย่างต่อเนื่อง แม้ต้นทุนการประกอบอาหารจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ทางร้านยังคงจำหน่ายข้าวแกงกว่า 20 เมนู ในราคาอย่างละ 10 บาทเท่าเดิม

น.ส.ถวัลยรัตน์ ภูแม้นวาส อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน “อิ่มแปล้ ข้าวแกง 10 บาท” เปิดเผยว่า แม้ต้นทุนหลายอย่างปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังพอประคองร้านให้ขายราคา 10 บาทได้ เนื่องจากก๊าซหุงต้มยังตรึงราคาอยู่ จึงพยายามบริหารต้นทุนเฉลี่ยกันไป แม้กำไรจะน้อยลงแต่ยังคงยืนยันจะสู้ต่อ เพื่อช่วยเหลือชุมชนในช่วงเศรษฐกิจยากลำบาก

นายอำนาจ อายุ 70 ปี ลูกค้าประจำ บอกว่า ข้าวแกงราคา 10 บาทถือว่าช่วยได้มาก เพราะปัจจุบันอาหารตามสั่งเฉลี่ยจานละ 50–60 บาทแล้ว มารับประทานที่นี่ใช้เงินเพียง 40 บาทก็อิ่มได้ 1 มื้อ ข้าวเติมไม่อั้น และรสชาติอร่อย จึงแวะมารับประทานเป็นประจำ

ขณะที่ น.ส.ละอองทิพย์ อายุ 54 ปี ลูกค้าที่ซื้อกลับบ้าน กล่าวว่า แทบจะแวะซื้อทุกวันเพื่อนำไปทานที่ทำงาน เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก เมื่อเทียบกับการทำอาหารเองที่มีต้นทุนสูงกว่า

สำหรับร้านเปิดให้บริการวันจันทร์–เสาร์ ตั้งแต่เวลา 06.30–13.30 น. และยังคงตั้งใจตรึงราคาข้าวแกง 10 บาทให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...