หน้าแรกข่าวล่าสุดพิษค่าธรรมเนียม!รถน้ำมันแห่ข้ามโขงแน่นด่านมุกดาหารติดค้างข้ามสัปดาห์

พิษค่าธรรมเนียม!รถน้ำมันแห่ข้ามโขงแน่นด่านมุกดาหารติดค้างข้ามสัปดาห์

-

บรรยากาศบริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พบรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากจอดต่อคิวรอข้ามแดนไปยัง สปป.ลาว อย่างหนาแน่นผิดปกติ โดยมีรถสะสมรวมกว่า 40 คัน

ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากรถบรรทุกจำนวนหนึ่งหลีกเลี่ยงการขนส่งในช่วงวันเสาร์–อาทิตย์ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งฝั่งไทยและลาว ส่งผลให้ผู้ประกอบการเลือกชะลอการเดินทาง และมารวมตัวกันเพื่อข้ามแดนในช่วงเช้าวันจันทร์แทน ทำให้เกิดภาพรถหนาแน่นบริเวณหน้าด่าน

แหล่งข่าวระบุว่า โดยปกติในช่วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์ จะมีรถบรรทุกน้ำมันข้ามแดนไปยัง สปป.ลาว เฉลี่ยวันละประมาณ 10 กว่าคันเท่านั้น แต่สถานการณ์ล่าสุดกลับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและการบริหารเวลาในการขนส่ง

ขณะที่คนขับรถบรรทุกน้ำมันรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เดิมทีสามารถวิ่งขนส่งได้เฉลี่ยสัปดาห์ละประมาณ 2 เที่ยว แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 1 เที่ยวเท่านั้น เนื่องจากต้องคำนึงถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากเดินทางมาถึงจังหวัดมุกดาหารในวันศุกร์ ก็จำเป็นต้องจอดรอข้ามแดนในเช้าวันจันทร์ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในช่วงวันหยุด

 

“รายได้ลดลงชัดเจน แต่น้ำมันยังต้องส่งเหมือนเดิม เราต้องเลือกวิธีที่ต้นทุนน้อยที่สุด” คนขับรายเดิมกล่าว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวยังได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมต้นทุนพลังงานและการขนส่งในภูมิภาค ทำให้ผู้ประกอบการและคนขับรถต้องปรับตัวอย่างหนัก ท่ามกลางความผันผวนที่ยังไม่มีทิศทางชัดเจน

ผู้เกี่ยวข้องเสนอว่า ควรมีการทบทวนโครงสร้างค่าใช้จ่ายและมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งข้ามแดน เพื่อบรรเทาภาระของผู้ประกอบการ และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบโลจิสติกส์ รวมถึงช่วยประคับประคองรายได้ของแรงงานในภาคขนส่งที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่องในขณะนี้

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...