Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดบุกรวบผัวเมีย ลอบตัดแบ่ง “หนังเสือโคร่ง” ทำตะกรุดขายออนไลน์คาบ้านชลบุรี

บุกรวบผัวเมีย ลอบตัดแบ่ง “หนังเสือโคร่ง” ทำตะกรุดขายออนไลน์คาบ้านชลบุรี

-

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปทส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นำหมายจับศาลอาญามีนบุรี เข้าทำการจับกุม นายอัครเดชฯ และ น.ส.ขนิษฐาฯ ณ บ้านพักในพื้นที่ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปทส. ตรวจพบความเคลื่อนไหวการค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์นำหนังเสือโคร่งมาตัดแบ่งเพื่อทำเป็นตะกรุดและเครื่องรางของขลัง ส่งขายให้กับลูกค้าที่นิยมสะสมวัตถุมงคลจากซากสัตว์ป่า

จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ ประกอบด้วย ดังนี้

– หนังเสือโคร่งผืนใหญ่ ขนาด 29×22 นิ้ว และ 13×13 นิ้ว

– ซากสัตว์ป่าแปรรูป เศษหนังเสือโคร่งรวมกว่า 160 ชิ้น และที่บรรจุในกล่องพลาสติกเตรียมจำหน่าย

– เครื่องรางสำเร็จรูป ตะกรุดหนังเสือ 17 ดอก และส่วนประกอบอุปกรณ์การผลิต อาทิ กรรไกรและไม้บรรทัด

โทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งเสือโคร่งถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 158 โดยมีบทลงโทษ

ฐานความผิดการค้า: จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฐานความผิดการครอบครอง: จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทาง บก.ปทส. ระบุว่าสัตว์ป่าเป็นทรัพยากรที่ต้องร่วมกันอนุรักษ์ การนำซากสัตว์ป่ามาแปรรูปเป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ถือเป็นการทำลายระบบนิเวศอย่างร้ายแรง พร้อมเตือนประชาชนว่าการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษทางอาญาสูง ทั้งนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

5 ปีสู่ความสำเร็จ!สวนปาล์ม “ลุกมาน การียา”อดีตสมาชิกสภา ดูแลรักษาเอาใส่ใจดุจคนในครอบครัว

"ลุกมาน การียา"อดีตสมาชิกสภาจังหวัด เขต 3 ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเริ่มทำสวนปาล์มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี ก้าวสู่ความสำเร็จยั่งยืนจากแนวทางการทำสวนของเขาที่ ให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์ การกำหนดระยะปลูก การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ต้นปาล์มเจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สวนปาล์มแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเลขที่ 108 ถนนโต๊ะลือแบ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ปลูกประมาณ 60...