Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดกยท.แนะ 3 วิธีชาวสวนดูแลต้นยางป้องกันแห้งตาย–ไฟไหม้สวนช่วงหน้าแล้ง

กยท.แนะ 3 วิธีชาวสวนดูแลต้นยางป้องกันแห้งตาย–ไฟไหม้สวนช่วงหน้าแล้ง

-

กยท.แนะเกษตรกรเตรียมรับมือฤดูแล้ง ดูแลสวนยางด้วยการคลุมโคนต้น ป้องกันรอยไหม้จากแดด และทำแนวกันไฟ ลดความเสียหายจากอากาศร้อนและฝนทิ้งช่วง

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มีความห่วงใยสวนยางของเกษตรกรในช่วงที่สภาพอากาศร้อน อุณหภูมิสูง และดินขาดความชุ่มชื้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง โดยเฉพาะสวนยางปลูกใหม่และสวนยางอายุไม่เกิน 3 ปีที่มีความเปราะบางและเสี่ยงแห้งตาย ดังนั้น การจัดการสวนยางอย่างถูกต้องเหมาะสม และหมั่นตรวจตราดูแลสวนยางอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเสียหายจากสภาพอากาศดังกล่าว

กยท. จึงขอแนะนำแนวทางการดูแลป้องกัน ดังนี้ การคลุมโคนต้นยาง กรณีต้นยางอายุ 1–3 ปี ต้นยางยังมีขนาดเล็กและร่มเงาน้อย ควรคลุมโคนต้นก่อนหน้าแล้งประมาณ 1 เดือน ด้วยวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นโดยเกษตรกรชาวสวนยางสามารถใช้ ฟางข้าว หญ้าแห้ง หรือเศษพืชคลุมเป็นวงกว้างราว 1 เมตร หนาประมาณ 10 เซนติเมตร เว้นระยะห่างจากโคนต้น 5–10 เซนติเมตรหรือประมาณ 1 ฝ่ามือ เพื่อรักษาความชื้นในดิน แต่ควรระมัดระวังความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้จากวัสดุแห้งได้เช่นกัน การป้องกันรอยไหม้จากแสงแดด ต้นยางในพื้นที่แห้งแล้งอาจเกิดรอยไหม้บริเวณโคนต้น ควรใช้ปูนขาวผสมน้ำอัตรา 1:1 ทาบริเวณโคนต้น ตั้งแต่ส่วนที่ชิดกับผิวดินขึ้นมาจนสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร

สำหรับต้นยางที่เกิดรอยแผลให้ใช้สีน้ำมันทาปิดทับบริเวณรอยแผลทันทีที่พบ เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าทำลายซ้ำที่แผลและควรทาสีทับอีกครั้ง ก่อนเข้าหน้าแล้ง และการป้องกันไฟไหม้ในสวนยาง โดยจัดทำแนวกันไฟรอบสวนกว้าง 3–5 เมตร และในสวนขนาดใหญ่ ควรทำแนวกันไฟทุกระยะ 100 เมตร พร้อมกำจัดวัชพืชบริเวณแถวยางข้างละ 1 เมตร ตัดแต่งกิ่งแขนง และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชในช่วงหน้าแล้ง เพราะวัชพืชแห้งอาจเป็นเชื้อไฟได้ง่าย รวมไปถึงควรขุดหลุมฝังกลบใบยางแห้งที่อาจเป็นเชื้อเพลิงได้ กรณีสวนยางได้รับความเสียหายไฟไหม้ไม่รุนแรง สามารถใช้ปูนขาวผสมน้ำอัตรา 1:1 ทิ้งไว้ค้างคืน ทาลำต้น หากเปลือกต้นยางบริเวณที่ถูกไฟไหม้แตกออก ให้ใช้มีดคม ๆ ปาดเอาส่วนที่เสียหายออก แล้วใช้สีน้ำมันทาปิดทับ เพื่อช่วยให้รอยแผลหายได้เร็วขึ้น แต่หากต้นยางได้รับความเสียหายจนไม่อาจรักษาหน้ายางได้เกินร้อยละ 40 ของทั้งสวน ควรทำการปลูกใหม่จะดีกว่า

ทั้งนี้ การบริหารจัดการสวนยางอย่างเหมาะสมและตรวจตราอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง ต้นยางสามารถฟื้นฟูสภาพให้พร้อมเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดีมีประสิทธิภาพในฤดูกาลเก็บเกี่ยวในอนาคตต่อไป เกษตรกรท่านใดมีข้อสงสัยถึงแนวทางการดูแลรักษาสวนยาง สามารถติดต่อการยางแห่งประเทศไทย ได้ทุกสาขาใกล้บ้าน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

5 ปีสู่ความสำเร็จ!สวนปาล์ม “ลุกมาน การียา”อดีตสมาชิกสภา ดูแลรักษาเอาใส่ใจดุจคนในครอบครัว

"ลุกมาน การียา"อดีตสมาชิกสภาจังหวัด เขต 3 ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเริ่มทำสวนปาล์มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี ก้าวสู่ความสำเร็จยั่งยืนจากแนวทางการทำสวนของเขาที่ ให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์ การกำหนดระยะปลูก การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ต้นปาล์มเจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สวนปาล์มแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเลขที่ 108 ถนนโต๊ะลือแบ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ปลูกประมาณ 60...