Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดทุนนอกทะลัก! ต่างชาติปักธงไทย 243 รายญี่ปุ่นทุ่มเกือบ 2 หมื่นล้าน – EEC ฮอตจีนแห่ลงทุน

ทุนนอกทะลัก! ต่างชาติปักธงไทย 243 รายญี่ปุ่นทุ่มเกือบ 2 หมื่นล้าน – EEC ฮอตจีนแห่ลงทุน

-

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ในช่วง เดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 243 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวน 62 ราย หรือ 34%

แบ่งเป็น

การขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 47 ราย
การขอ หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 196 ราย
โดยมี มูลค่าเงินลงทุนรวม 64,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 29,152 ล้านบาท หรือ 83%

5 ชาติลงทุนไทยสูงสุด
นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

สหรัฐอเมริกา 48 ราย (20%) มูลค่าลงทุน 1,265 ล้านบาท
ลงทุนในธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โฆษณา สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และการวิจัยพัฒนาโซลาร์เซลล์
จีน 42 ราย (17%) ลงทุน 11,796 ล้านบาท
เช่น ธุรกิจแปรรูปไม้ ค้าส่งสินค้า เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ และการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
ญี่ปุ่น 41 ราย (17%) ลงทุนสูงสุด 18,886 ล้านบาท
เน้นบริการวิศวกรรม การทดสอบห้องปฏิบัติการยานยนต์ ซอฟต์แวร์ และการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร
สิงคโปร์ 27 ราย (11%) ลงทุน 17,218 ล้านบาท
ครอบคลุมธุรกิจ Cloud Service ศูนย์กระจายสินค้า และการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
ฮ่องกง 20 ราย (8%) ลงทุน 5,338 ล้านบาท
เช่น บริการวิศวกรรม ซ่อมบำรุงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
BOI ตัวเร่งสำคัญ ดันเม็ดเงินลงทุนกว่า 3.6 หมื่นล้าน
ข้อมูลยังพบว่า การลงทุนจำนวนมากเกิดขึ้นผ่าน โครงการส่งเสริมการลงทุนของ BOI โดยมีถึง 110 ราย คิดเป็น 45% ของการอนุญาตทั้งหมด และมีมูลค่าการลงทุน 36,313 ล้านบาท หรือ 56% ของเงินลงทุนรวม

ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมมากที่สุด ได้แก่

ธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนโลหะ พลาสติก และชิ้นส่วนยานยนต์
ธุรกิจบริการมูลค่าสูง เช่น TISO, IBC และ IPO ซึ่งช่วยผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางธุรกิจภูมิภาค
ธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI
EEC แม่เหล็กดูดลงทุน 3 จังหวัด
ในส่วนของ พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ยังคงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของนักลงทุนต่างชาติ

ช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ 81 ราย คิดเป็น 33% ของการลงทุนต่างชาติทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24 ราย หรือ 42%

มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC รวม 29,826 ล้านบาท หรือ 46% ของเงินลงทุนทั้งหมด

นักลงทุนหลัก ได้แก่

จีน 29 ราย ลงทุน 11,226 ล้านบาท
สิงคโปร์ 12 ราย ลงทุน 7,415 ล้านบาท
ญี่ปุ่น 14 ราย ลงทุน 3,313 ล้านบาท
ประเทศอื่น ๆ 26 ราย ลงทุน 7,872 ล้านบาท

ธุรกิจที่เข้ามาลงทุน เช่น

ห้องปฏิบัติการทดสอบยางล้อรถยนต์
แหล่งท่องเที่ยวมัลติมีเดียขนาดใหญ่
การผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
กุมภาพันธ์เดือนเดียว เงินสะพัดกว่า 3 หมื่นล้าน
เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีการอนุญาตให้ต่างชาติประกอบธุรกิจ 130 ราย มูลค่าการลงทุน 30,650 ล้านบาท โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มาจาก สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น

นอกจากนี้ การลงทุนดังกล่าวยังสร้างการจ้างงานคนไทยจากธุรกิจที่ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าว 2,638 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 96%

พร้อมกันนี้ยังเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้สำคัญสู่แรงงานไทย เช่น

เทคโนโลยีความปลอดภัยงานนอกชายฝั่ง
การทดสอบระบบอาณัติสัญญาณ
กระบวนการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
สะท้อนให้เห็นว่า ไทยยังคงเป็น จุดหมายสำคัญของการลงทุนในภูมิภาค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอนาคตอย่าง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...