หน้าแรกข่าวล่าสุดสู้ชีวิตเมืองกรุงไม่รุ่ง!กลับถิ่นเกิดอ่างทอเปิดร้านขายข้าวหมูแดงหมูกรอบสูตรเด็ด อร่อยจนบอกต่อ

สู้ชีวิตเมืองกรุงไม่รุ่ง!กลับถิ่นเกิดอ่างทอเปิดร้านขายข้าวหมูแดงหมูกรอบสูตรเด็ด อร่อยจนบอกต่อ

-

หากใครเดินทางท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง ท้องร้องอยากรับประทานข้าวหมูกรอบเมนูสุดโปร อยากแนะนำให้ไปที่ร้าน “ตั้มพานิช” ตั้งอยู่บริเวณท่ารถบัสใกล้ วัดจันทร์นิรมิตร หมู่ 7 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัด อ่างทอง เป็นร้านอาหารตามสั่งขนาดเล็กที่กำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าในพื้นที่และนักเดินทาง โดยมีเมนูเด่นคือข้าวหมูแดงหมูกรอบ บะหมี่หมูแดง ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ และเย็นตาโฟ ซึ่งแต่ละเมนูมีรสชาติกลมกล่อมและให้ปริมาณคุ้มค่า ทำให้มีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง

ร้านดังกล่าวเป็นของ คุณจิรวัฒน์ วิชยเจริญพงษ์ หรือ “ตั้ม” ซึ่งเดิมเคยทำงานเป็นนักเขียนโปรแกรมอยู่ในกรุงเทพมหานคร ส่วนแฟนสาวจบด้านวิทยาศาสตร์-เคมี ทำงานเกี่ยวกับการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมย่านพระราม 9 ก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดในจังหวัดอ่างทอง และเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหาร

จิรวัฒน์ เล่าว่า ช่วงแรกเริ่มจากการทำหมูแดงและหมูกรอบไปขายตามตลาดนัดในวันเสาร์ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี มีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจเปิดร้านขายประจำบริเวณท่ารถบัสใกล้วัดจันทร์นิรมิตร

สำหรับเมนูของทางร้านมีหลากหลาย อาทิ ข้าวหมูแดง ราคา 50 บาท ข้าวหมูกรอบ 60 บาท ข้าวหมูแดงรวมหมูกรอบ 70 บาท เกี๊ยวหมูแดงทั้งแบบน้ำและแห้ง ราคา 45 บาท บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง 50 บาท รวมถึงหมูแดงและหมูกรอบแบบจานเดี่ยว นอกจากนี้ยังมีเมนูก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ และต้มจืดไว้บริการลูกค้า

จุดเด่นของร้านอยู่ที่หมูแดงซึ่งหมักด้วยสูตรเฉพาะของทางร้านนานถึง 2 คืน ทำให้เนื้อนุ่มและมีกลิ่นหอม ส่วนหมูกรอบทอดจนหนังกรุบกรอบ เป็นเมนูยอดนิยมที่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องสั่งเมื่อมาที่ร้าน

ใครอยากลองลิ้มชิมรสต้องเช็กวันเวลาให้ดี เพราะร้านเปิดเพียงสัปดาห์ละ 4 วัน คือวันศุกร์ถึงวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-14.00 น. หากไปช้าอาจจะพลาดของอร่อยได้ สอบถามเส้นทางหรือจองโต๊ะได้ที่เบอร์ 084-1158342

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...