Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดจากผืนไหมสู่ความหวังของแผ่นดินอีสาน “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” จุดไฟสืบสานผ้าไทยสู่เวทีโลก

จากผืนไหมสู่ความหวังของแผ่นดินอีสาน “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” จุดไฟสืบสานผ้าไทยสู่เวทีโลก

-

บรรยากาศแห่งความปลื้มปีติปกคลุมทั่วบ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ณ สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิด “ผ้าไหมแพรวา” อันเลื่องชื่อของภาคอีสาน

การเสด็จครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารระดับประเทศและท้องถิ่นร่วมเฝ้ารับเสด็จอย่างพร้อมเพรียง อาทิ น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, ศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการผ้าและงานหัตถกรรม ตลอดจนประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มาร่วมเฝ้ารับเสด็จเป็นจำนวนมาก

ภายในนิทรรศการ พระองค์ทอดพระเนตรผลงานผ้าไทยและงานหัตถกรรมจากเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 30 กลุ่ม ซึ่งล้วนสะท้อนเอกลักษณ์ของผ้าไหมแพรวา หนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญของชาวภูไทที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

จากนั้นเสด็จพระดำเนินไปยังครัวเรือนตัวอย่างของกลุ่มศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวา 2 ครัวเรือน เพื่อทอดพระเนตรกระบวนการทอผ้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การย้อมสีธรรมชาติ การเก็บลาย ไปจนถึงขั้นตอนการทอผ้าสำเร็จรูป ตลอดจนการนำเสนอวิถีวัฒนธรรมชาวภูไท ทั้งพิธีกรรม “หมอเหยา” และอาหารพื้นบ้านที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น

โอกาสนี้ พระองค์พระราชทานพระวโรกาสให้ผู้ประกอบการผ้าไทยที่เคยได้รับพระราชทานคำแนะนำเข้าเฝ้าฯ เพื่อนำผลงานมาถวายและรับคำแนะนำเพิ่มเติม โดยผู้ประกอบการต่างน้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และแนวคิด “Sustainable Fashion – แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” มาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

การพัฒนาลวดลายผ้าให้ร่วมสมัย ควบคู่การนำลายพระราชทานและลายโบราณมาผสมผสาน รวมถึงการใช้สีธรรมชาติและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ผ้าไหมแพรวากลายเป็นทั้งศิลปะและอาชีพที่สร้างรายได้มั่นคงให้กับชุมชน

ก่อนเสด็จกลับ พระองค์ทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน “ฟ้อนละครและฟ้อนภูไท ชุดลานคำหอมรำลึก” โดยกลุ่มสตรีแม่บ้านโพน พร้อมนักเรียน นิสิต และนักศึกษาจากหลายสถาบันในภาคอีสานกว่า 200 คน ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความทรงจำของชุมชนที่เติบโตภายใต้พระบารมี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงก่อตั้งโครงการศิลปาชีพเพื่อฟื้นฟูอาชีพและศิลปหัตถกรรมไทย

สำหรับสหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2520 ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลังจากเสด็จเยี่ยมราษฎรชาวภูไทในพื้นที่ และทรงเห็นคุณค่าของผ้าไหมแพรวาที่ชาวบ้านใช้เป็นผ้าเบี่ยง จึงทรงสนับสนุนให้อนุรักษ์และพัฒนาจนกลายเป็นงานหัตถศิลป์ที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับโลก

ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิกกว่า 196 คน และยังคงเป็นศูนย์กลางการสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าไหมแพรวา ซึ่งถือเป็น “ราชินีแห่งผ้าไหมไทย” ด้วยลวดลายอันละเอียดซับซ้อนและกรรมวิธีการทอแบบ “จก” ที่ต้องใช้ความชำนาญสูง

ผืนผ้าไหมแพรวาแต่ละผืนจึงไม่ใช่เพียงเครื่องนุ่งห่ม หากแต่เป็นเรื่องเล่าของบรรพชน เป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ชาวภูไท และเป็นความหวังของชุมชนที่ยังคงเติบโตต่อไปบนเส้นทางแห่งศิลปหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

คุณตาเมืองตรังขยายพันธุ์”ควายเผือก”สู่เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้

ฟาร์มซาซา หมู่ที่ 7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ของ "กะหนี ซาซา" อายุ 71 ปีใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเลี้ยงทั้งควายเผือกและควายดำรวม 15 ตัว โดยเป็นควายเผือก 8 ตัวและควายดำ 7 ตัว ซึ่งการเลี้ยงควายเผือกเริ่มจากความชอบส่วนตัวที่เห็นลักษณะของควายเผือกแล้วเกิดความรัก ความหลงใหลในรูปร่าง สีสันและความเชื่อง  จึงซื้อมาเลี้ยงครั้งแรกเมื่อปี 2560...