Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดพิษสงครามตะวันออกกลางปั๊มเล็กบุรีรัมย์จ่อปิด "ชาวบ้าน-เกษตรกร"สะเทือนหนัก

พิษสงครามตะวันออกกลางปั๊มเล็กบุรีรัมย์จ่อปิด “ชาวบ้าน-เกษตรกร”สะเทือนหนัก

-

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งต้องปรับราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น บางพื้นที่เริ่มจำกัดการจำหน่ายน้ำมัน โดยไม่อนุญาตให้เติมใส่แกลลอนหรือภาชนะ เพื่อสำรองปริมาณน้ำมันไว้ให้ผู้ที่นำรถมาเติมโดยตรง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันขนาดเล็กในพื้นที่ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมปิดให้บริการชั่วคราว หลังไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นได้ ภายหลังคลังน้ำมันรายใหญ่ประกาศปรับราคาหน้าคลังเพิ่มอีกลิตรละ 4–6 บาท โดยเริ่มมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา

ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันรายหนึ่ง เปิดเผยว่า การปรับราคาหน้าคลังครั้งล่าสุดส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที หากซื้อมาเติมจำหน่ายก็จำเป็นต้องตั้งราคาหน้าปั๊มให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้ขาดทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ที่ต้องใช้น้ำมันในการประกอบอาชีพ

เจ้าของปั๊มจึงตัดสินใจว่าจะจำหน่ายน้ำมันจากล็อตเดิมที่ยังคงเหลืออยู่ก่อน และคาดว่าอีกประมาณ 2–3 วันข้างหน้า อาจต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เพื่อรอดูสถานการณ์ รวมทั้งรอความชัดเจนจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมราคาน้ำมัน หรือจนกว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลาย

ด้าน นายพงษ์ดนัย แจ้งกูล พนักงานสถานีบริการน้ำมัน กล่าวว่า ปกติปั๊มจะซื้อน้ำมันจากคลังใหญ่มาจำหน่ายครั้งละประมาณ 5,000–6,000 ลิตร โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง บางรายนำแกลลอนมาซื้อเพื่อนำไปใช้กับเครื่องจักรทางการเกษตร ซึ่งทางปั๊มก็ยังจำหน่ายให้ตามปกติ เพราะเห็นใจชาวบ้าน

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และล่าสุดคลังน้ำมันได้แจ้งปรับราคาขึ้นอีก ทำให้เจ้าของปั๊มเริ่มกังวลว่าจะไม่สามารถรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้

“ถ้าซื้อน้ำมันมาในราคาที่แพงขึ้น ปั๊มก็ต้องขายแพงขึ้นตาม ไม่อย่างนั้นก็ขาดทุน ซึ่งสุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบก็คือชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่” พนักงานปั๊มกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงพิจารณาควบคุมราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่กำลังลุกลามไปสู่ประชาชนในระดับฐานราก

หากราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ไม่เพียงผู้ประกอบการรายเล็กที่จะต้องปิดกิจการชั่วคราว แต่ความเดือดร้อนก็จะตกอยู่กับประชาชนและเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ

ข่าว/ภาพ : สุรชัย พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

5 ปีสู่ความสำเร็จ!สวนปาล์ม “ลุกมาน การียา”อดีตสมาชิกสภา ดูแลรักษาเอาใส่ใจดุจคนในครอบครัว

"ลุกมาน การียา"อดีตสมาชิกสภาจังหวัด เขต 3 ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเริ่มทำสวนปาล์มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี ก้าวสู่ความสำเร็จยั่งยืนจากแนวทางการทำสวนของเขาที่ ให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์ การกำหนดระยะปลูก การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ต้นปาล์มเจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สวนปาล์มแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเลขที่ 108 ถนนโต๊ะลือแบ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ปลูกประมาณ 60...