หน้าแรกข่าวล่าสุดTQM ฟันกำไรปี' 68 ทะลุ 784ล้าน มั่นใจปี'69 เดินหน้ากลยุทธ์ เพิ่มอัตราอายุ-พัฒนาลูกค้า

TQM ฟันกำไรปี’ 68 ทะลุ 784ล้าน มั่นใจปี’69 เดินหน้ากลยุทธ์ เพิ่มอัตราอายุ-พัฒนาลูกค้า

-

บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยมีกำไรสุทธิ 784 ล้านบาท และสร้างเบี้ยประกันภัยรวมกว่า 20,000 ล้านบาท แรงหนุนสำคัญมาจากการปรับกลยุทธ์สู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI อย่างเป็นรูปธรรมในไตรมาส 4 ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขาย การบริหารต้นทุน และการให้บริการลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ

จากผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300 ล้านบาท จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนไม่เกิน 20 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 3.37% ของทุนเรียกชำระแล้ว โดยกำหนดซื้อคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การซื้อหุ้นคืนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของกลุ่มบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งนักลงทุนและองค์กร พร้อมทั้งช่วยสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นในตลาด

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาล 0.50 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้ปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม 1.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 656.26 ล้านบาท สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 พิจารณานำเสนอแต่งตั้งนายวรภัทร ชวนะนิกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการบริหารธุรกิจ ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านธรรมาภิบาลและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท เพื่อขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ปี 2568 เผชิญความผันผวนเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ TQM ยังเติบโตต่อเนื่อง จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมพันธมิตรบริษัทประกันภัยเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครอบคลุม หนุนรายได้ธุรกิจหลักเติบโตแบบ Organic โดยปี 2568 มีรายได้รวม 3,950 ล้านบาท ปี 2569 บริษัทวาง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management) การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล (Digital Transformation) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (People Development) เพื่อเพิ่มอัตราต่ออายุกรมธรรม์ ขยายการถือครองผลิตภัณฑ์ต่อราย และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตมั่นคงระยะยาว”

ด้าน ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) เสริมว่า “วันนี้เราเดินหน้าสู่การเป็น Data-Driven Organization อย่างเต็มรูปแบบ นำ Big Data และ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก เพื่อออกแบบข้อเสนอที่เหมาะสมและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์แบบ Real-Time ครอบคลุมการตลาด การดูแลลูกค้า และการบริหารความเสี่ยง ควบคู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเชื่อมข้อมูลทุกช่องทางสู่บริการแบบ 360 องศา การใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่แม่นยำและยั่งยืน พร้อมผลักดัน TQM สู่ผู้นำธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิตของประเทศ”

ในปีเดียวกัน TQM คว้า 3 รางวัลจากเวที SET Awards 2025 กลุ่ม Business Excellence สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 10,000–30,000 ล้านบาท ได้แก่ Best Company Performance Awards, Outstanding Company Performance Awards และ Outstanding CEO Awards จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ วารสารการเงินธนาคาร เพื่อยกย่ององค์กรที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น บริหารจัดการเป็นเลิศ และผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ สะท้อนศักยภาพและมาตรฐานระดับแนวหน้าของตลาดทุนไทย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...