Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดศก.เบตงคึกคักชาวไทยมุสลิมออกจับจ่ายซื้อสินค้ารับเดือนรอมฎอน

ศก.เบตงคึกคักชาวไทยมุสลิมออกจับจ่ายซื้อสินค้ารับเดือนรอมฎอน

-

ยะลา – บรรยากาศย่านการค้าในเขตเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา เริ่มกลับมาคึกคัก หลังชาวไทยมุสลิมจำนวนมากเดินทางออกมาเลือกซื้อ อาหารแห้ง เครื่องปรุง และ อินทผลัม เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่เดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศีลอด ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 แม้ราคาปรับตัวสูงขึ้นตามค่าเงินบาทก็ตาม

ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง  จ.ยะลา วันนี้มีความคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากพี่น้องชาวไทยมุสลิม ต่างเริ่มออกมาหาซื้ออาหารแห้ง เครื่องปรุงรสต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่เดือนรอมฎอน และอย่างผลไม้มหัศจรรย์ “อินทผลัม” กลับมาขายดี แม้ราคาจะปรับขึ้นเล็กน้อยตามกลไกตลาด แต่บรรดาพี่ชาวไทยมุสลิมต่างพากันเดินทางมาเลือกซื้ออินทผลัม ที่นำเข้าหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งแบบแห้ง แบบนิ่ม และแบบติดก้าน มีทั้งประชาชนทั่วไปที่ซื้อไปรับประทานในครอบครัว หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ที่สั่งซื้อเป็นจำนวนมาก นำไปเป็นของฝาก เพื่อเตรียมพร้อมก่อนถึงวันดูดวงจันทร์นี้

สำหรับราคาในปีนี้ มีการปรับขึ้นเล็กน้อยตามเกรดและสายพันธุ์ โดยราคาแบบลังเริ่มต้น 700 ไปจนถึงระดับพรีเมียม 4,000 บาท ส่วนราคาปลีกแบบกล่องยังคงเริ่มต้นที่ 50-100 บาท ซึ่งทางร้านยืนยันว่าถึงแม้ราคาจะขยับขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความต้องการของพี่น้องชาวไทยมุสลิมยังคงต้องการอยู่มากเพราะเป็นของทานในเดือนรอมฎอนช่วงละศิลอด

ด้านนายดือราแม เปาะมา พ่อค้าขายอาหารแห้งและอินทผลัม บอกว่า ปีนี้เริ่มเข้าสู่เดือนรอมฎอนสินค้าในตลาดเริ่มคึกคักสินค้าที่ขายดีนอกเหนือจากอินทผาลัมแล้วยังมีชุดข้าวยำ สำหรับคนที่เวลาละศิลอดแล้วเบื่ออาหารประจำจะมีเมนูข้าวยำ เป็นตัวเลือกที่ขายดี โดยที่ร้านขาย น้ำบูดู กก.ละ 60 บาท มะพรัาวคั่ว ครึ่ง กก. 90 บาท ปลาบด ครึ่ง กก. 90 บาทและกือโปะ  ห่อ 35 บาท กินคู่กับข้าวยำหรือน้ำชาอร่อยมาก

ทั้งนี้ สำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศให้ดูดวงจันทร์ในเย็นวันที่ 18 กุมภาพันธ์ หากเห็นดวงจันทร์จะเริ่มถือศีลอดในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ แต่หากไม่เห็นดวงจันทร์ จะเริ่มถือศีลอดพร้อมกันใน

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกผืนนาปลูก ‘ผักบุ้งซิ่ง’ ส่งขายร้านหมูกระทะ รายได้สุดปัง!

ท่ามกลางยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากจำต้องหอบหิ้วความฝันเดินทางออกจากอ้อมกอดของบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสและเข้าทำงานในโรงงาน แต่สำหรับ “โน๊ต - นายวัชรพล วังนุช” และ “ขิม - นางสาวกมลวรรณ แก้วกองนอก” สองสามีภรรยาวัยเพียง 25 ปี แห่งบ้านหนองคันชั่ง ตำบลพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พวกเขากลับเลือกเส้นทางชีวิตที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง . เส้นทางของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากความสุขสบาย แต่เริ่มจาก “หัวใจที่รักบ้านเกิด” และความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวที่จะจับมือร่วมหัวจมท้าย สร้างอนาคตขึ้นด้วยสองมือของตัวเองโดยไม่ต้องจากคนที่รักไปไหน คำถามที่ทั้งคู่ตั้งขึ้นในใจก่อนเริ่มต้น...