Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดผลผลิตดี-รายได้งาม ปลูก "กระหล่ำปลี"แทน"อ้อย"ราคาผันผวนไม่คุ้มทุน

ผลผลิตดี-รายได้งาม ปลูก “กระหล่ำปลี”แทน”อ้อย”ราคาผันผวนไม่คุ้มทุน

-

ช่วงฤดูหนาวปีนี้ พื้นที่ ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา มี เกษตรกร กว่า 10 ราย ตัดสินใจหันมา ปลูกกะหล่ำปลี แทนการปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง เนื่องจากปัญหาราคา ผันผวน ไม่แน่นอน โดยเฉพาะอ้อย ตอนนี้ราคาตกต่ำไม่คุ้มทุน เพราะเกษตรกร ต้องแบกรับภาระตัดอ้อยสด ตามนโยบายรัฐ ทำให้ต้นทุนเก็บเกี่ยวสูงขึ้นจนแทบไม่เหลืออะไร

ขณะที่การปลูก กะหล่ำปลี กลายมาเป็นทางเลือกใหม่ เนื่องจากในช่วงนี้สภาพอากาศเย็น ดินเหมาะสม รวมถึง ภูมิประเทศซึ่งเป็นเนินสูง ปลูกกะหล่ำปลี ช่วงนี้ได้ผลผลิตดี และบางช่วงก็ได้ราคาสูง ทั้งยังใช้ระยะเวลาเพาะปลูกสั้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และเสี่ยงในการลงทุนน้อยลง

นายสำลี เทียบแสน อายุ 59 ปี หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลี บ้านสันติสุข ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง บอกว่า เดิมทีพื้นที่ตรงนี้ มีอยู่ประมาณ 8 ไร่ จะปลูกอ้อยทั้งหมด แต่ต้องประสบกับปัญหาเรื่องราคาอ้อยที่ไม่แน่นอน บางปีตกต่ำมากจนขาดทุน

โดยเฉพาะช่วงหลังจากที่มีนโยบายรัฐบาลห้ามเผา ทำให้ค่าต้นทุนการเก็บเกี่ยวสูงขึ้น ปีนี้ค่าตัดอ้อยทั้งระบบอยู่ที่ตันละ 570 บาท ในขณะที่ราคาอ้อยอยู่ที่ประมาณตันละ 890 บาท ที่เหลือไม่ถึง 400 บาท ก็ต้องมาหักค่าต้นทุนการเพาะปลูก ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงาน ก็แทบไม่เหลืออะไร

อีกทั้งในพื้นที่ เจอกับปัญหาช้างป่าออกมารบกวน หากปีไหนถูกช้างบุกก็ต้องขาดทุนย่อยยับ จึงลองหันมาปลูกพืชอายุสั้นแทน เนื่องจากมีตลาดรับซื้อผักผลไม้ที่บ้านตอนแขวน ต.สุขไพบูลย์ อ.เสิงสาง ซึ่งไม่ไกลจากพื้นที่มากนัก

ในช่วงหน้าหนาวปีนี้ สภาพอากาศเหมาะสม ที่จะปลูกกะหล่ำปลี เพราะบริเวณนี้อากาศจะหนาวค่อนข้างนาน ทำให้กะหล่ำเติบโตได้ดี มีโรคแมลงรบกวนน้อย ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้ว ปีก่อนได้ผลผลิตดีมาก ตกไร่ละประมาณ 5-6 ตัน ขณะที่ราคาก็ค่อนข้างดี อยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 9-10 บาท บางช่วงสูงเกิน 10 บาทก็มี ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 3 เดือน ได้เก็บเกี่ยวแล้ว

คาดว่า ปีนี้ก็น่าจะได้ผลผลิตไร่ละ 5 ตันเป็นอย่างต่ำ ส่วนการลงทุนก็ไม่สูงมากนัก ตกไร่ละประมาณ 7,000 บาท ถือว่า ยังไงก็ได้กำไรแน่นอน ส่วนหลังจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนไปปลูกผักชนิดอื่นที่สร้างรายได้ อีกอย่างน้อย 1 รอบได้ด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...