Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดจัดรักบี้นร.เอเชีย สภากาชาดไทย สมทบทุนช่วยชายแดนไทย-กัมพูชา

จัดรักบี้นร.เอเชีย สภากาชาดไทย สมทบทุนช่วยชายแดนไทย-กัมพูชา

-

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สภากาชาดไทย จัดการแข่งขันรักบี้นักเรียน 7 คน ชิงชนะเลิศแห่งเอเชียเพื่อสภากาชาดไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 10-11 ม.ค.2569 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะสมทบทุนช่วยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

การนี้ได้มีการแถลงข่าวการจัดการแข่งขันขึ้นที่ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอำนวยนรธรรม สำนักจัดหารายได้ สภากาชาดไทย โดยได้รับเกียรติจาก นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย และ พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส อุปนายกสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันแถลง

พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส กล่าวว่า สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีโครงการร่วมกับสภากาชาดไทย ในครั้งนี้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งในปีนี้ได้มีการปรับรูปแบบเป็นการแข่งขันรักบี้นักเรียน 7 คน เป็นการชิงชัยระดับเอเชีย เพราะสมาคมได้เชิญทีมโรงเรียนจากประเทศมาเลเซีย , ไต้หวัน, กาตาร์, ปากีสถาน, อินเดีย และ สปป.ลาว มาร่วมแข่งขันกับ 5 โรงเรียนไทยคือ แบ่งเป็นทีมชาย 3 ทีมคือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย, โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย, โรงเรียนเตรียมทหาร ส่วนทีมหญิง 2 ทีมคือ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 66 จ.นราธิวาส, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาฯ จ.สุราษฎร์ธานี โดยทั้ง 5 โรงเรียนนี้ได้รับการคัดเลือกจากการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย และทั้ง 5 โรงเรียนก็มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งการแข่งขันในรูปแบบชิงแชมป์โรงเรียนเอเชียก็เพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬารักบี้ในระดับเยาวชนให้นักกีฬาได้มีเวทีระดับนานาชาติได้ประลองฝีมือกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาทีมและนักกีฬา

อีกทั้งในการร่วมมือกับ สภากาชาดไทยเพื่อการกุศลนั้น เป็นนโยบายของ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ต้องการเปิดโอกาสให้คนไทยได้ร่วมทำบุญกุศลบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือโครงการต่างๆของสภากาชาดไทย เพราะในทุกโครงการช่วยเหลือนั้นสมาคมมั่นใจว่าถึงมือพี่น้องคนไทยอย่างแท้จริง และเป็นการเทิดพระเกียรติ แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงสืบสานต่อยอดพระราชกรณียกิจ อีกทั้งยังทรงเป็นอุปยายิกา ผู้อำนวยการ สภากาชาดไทย

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กล่าวว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา สภากาชาดไทยสามารถลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ส่วนหนึ่งต้องขอขอบคุณความร่วมมือจากภาคีทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่เล็งเห็นพลังของกีฬาในการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้จัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลร่วมกับสภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่อง และนำรายได้จากกิจกรรมเหล่านี้มาสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทยทั่วประเทศ ซึ่งรายได้ดังกล่าวถูกนำเข้าสู่ ‘กองทุนเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ’ เป็นกองทุนที่ทำให้เราสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ ไม่ต้องรอขั้นตอนที่ล่าช้า

นายขรรค์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาและส่งผลกระทบต่อเนื่อง สภากาชาดไทยได้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนใน 9 จังหวัด ระหว่างวันที่ 8-26 ธันวาคม 2568 รวมมูลค่าการช่วยเหลือกว่า 7 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นชุดธารน้ำใจ ชุดสุขอนามัย ผ้าห่ม รวมถึงการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เข้าไปดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด

“ดังนั้น การนำรายได้จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์ชายแดน จึงมีความหมายอย่างยิ่ง ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางกาย แต่ยังเป็นการเติมกำลังใจให้กับประชาชนที่กำลังเผชิญความยากลำบาก สภากาชาดไทยขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็นสะพานในการส่งต่อความช่วยเหลือเหล่านี้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประสบภัย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นกิจกรรมการกุศลที่ทรงคุณค่าเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกในทุกๆปี เพื่อร่วมกันส่งต่อจิตสำนึกแห่งการให้ในกลุ่มนักกีฬารักบี้ฟุตบอลต่อไปครับ” นายขรรค์ กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...