หน้าแรกข่าวล่าสุดผวาปะทะรอบ3!ชาวบ้านชายแดนสุรินทร์เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตเกษตร

ผวาปะทะรอบ3!ชาวบ้านชายแดนสุรินทร์เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตเกษตร

-

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดกับชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่บ้านสันติสุข และ บ้านหนองตาเลิฟ ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยพื้นที่ดังหล่าวอยู่ติดกับปราสาทตาควาย ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ชาวบ้านต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เช่น อ้อย ยางพารา นาข้าว โดยชาวบ้านในละแวกแถวนี้ส่วนใหญ่แล้วประกอบอาชีพทางการเกษตรเพาะปลูกเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ตอนที่รบรอบที่ 2 เป็นช่วงที่ชาวบ้านชายแดนกำลังเก็บเกี่ยวผลพลิตทางการเกษตรพอดี หลังจากเจ้าหน้าที่ประกาศให้อพยพ หลายคนต้องทิ้งพืชผลทางการเกษตรเพื่อหนีตายจากเหตุปะทะในครั้งนั้น จนกระทั่งวันที่ 27 ธ.ค. 68 สถานการณ์สงบหลังมีการเจรจาหยุดยิง ชาวบ้านก็รีบกลับบ้านเพื่อมาจัดดการพืชพลทางการเกษตรต่อให้แล้วเสร็จ

โดยผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้พูคุยกับชาวบ้านชายแดน ที่กำลังเร่งเกี่ยวผลพลิตทางการเกษตร โดยชาวบ้านพูดเป็นเสียงเดียวว่า หวั่นมีรอบ 3 จึงต้องรีบเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรให้เร็วที่สุด เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์อีกครั้งจะได้อพยพไปแบบไม่ต้องเป็นห่วงนาไร่

นายวิหาร สามเพา อายุ 60 ปี (คนรับซื้อยางพารา บ้านสันติสุข สวมเสื้อแขนยาว แดง-ดำ) เล่าว่า ช่วงนี้เป็นช่วงนี้ชาวบ้านกำลังเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษรหวั่นอาจมีการปะทะรอบที่ 3 โดยช่วงนี้ตนเองก็เฝ้าระวังสถานการณ์ โดยติดตามข่าวสารตลอดเวลา ถ้ามีการปะทะจะรีบอพยพออกไปจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด และตอนนี้ต้องเร่งเคลียร์ยางล็อตเก่าออก เพราะลูกค้านำยางพารามาขายตลอดแทบจะทุกวัน เกรงถ้ามีรอบที่ 3 จะไม่ทันการ โดยตอนที่ปะทะรอบที่ 2 มีลูกกระสุนปืนใหญ่เขมรยิงมาตกรอบสวนยางและระเบิดแตกกลางอากาศ ทำให้โรงรับซื้อยางได้รับความเสียหายไปด้วย

ด้านนายสุบัน ลวกไทสงค์ อายุ 64 ปี (ชาวบ้านตาเลิฟ ที่เพาะปลูกการเกษตร สวมเสื้อแขนยาวสีฟ้า) เล่าว่า หลังจากที่ปะทะรอบที่ 2 เขมรยิงปืนใหญ่และBM-21มาตกใส่ไร้อ้อยของตน จนเกิดเพลิงลุกไหม้เกือบหมด ตอนนี้ตนเองหวั่นอาจมีการปะทะรอบที่3น่าจะมีแน่นนอนมีความรู้สึก จึงต้องรีบเร่งเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะอ้อย3ไร่ และนาข้าวที่เพิ่งเกี่ยวเสร็จจะปลูกอ้อยต่อ ได้เท่าไหรเอาเท่านั้น ถ้าได้ก่อนรบเมื่อไหร่ก็จะได้รีบหนีไปก่อน ตนคิดว่าเขมรมันไม่ยอมหรอก เพราะเราได้ยึดพื้นที่เราคืนทั้งหมดแล้วมันจะกลับมารบอีกแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านชายแดนตอนนี้ยังคงมีความรู้สึกหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา หวั่นมีรอบที่ 3 เพราะเขมรไว้ใจไม่ได้จึงต้องรีบเร่งเคลียร์ไร่นาเท่าที่จะทำได้ และต้องเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากมีการปะทะอีกจะได้ทันท่วงที.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...