หน้าแรกข่าวล่าสุดสู้รบไทย-กัมพูชาพ่นพิษ!ค้าชายแดนตราดทรุด ท่องเที่ยวซบเซา "9 วันเสียหายพันล้าน"

สู้รบไทย-กัมพูชาพ่นพิษ!ค้าชายแดนตราดทรุด ท่องเที่ยวซบเซา “9 วันเสียหายพันล้าน”

-

วิกฤตชายแดนพ่นพิษ! สภาอุตอุตสาหกรรมตราดเผย ‘9 วันเสียหายพันล้าน’ การท่องเที่ยวทรุด-การค้าชายแดนวูบหนัก วอนรัฐช่วยจ่ายค่าจ้างช่วงอพยพ

นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในพื้นที่ที่กำลังเผชิญวิกฤตหนักจากการสู้รบชายแดน โดยประเมินว่าเพียงระยะเวลา 9 วันที่ผ่านมา ความเสียหายพุ่งสูงถึง 1,000 ล้านบาท และหากรวมมูลค่าการค้าชายแดนที่หายไปอาจแตะระดับหมื่นล้านบาท

นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือภาคอุตสาหกรรม เสียหายไปแล้วเกือบ 500 ล้านบาท ตามมาด้วยภาคท่องเที่ยวที่เข้าขั้นวิกฤต โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติขอยกเลิกการจองห้องพักในพื้นที่เกาะช้างและเกาะกูด จากยอดจองช่วงปลายปีที่เกือบ 100% ปัจจุบันเหลือเพียง 20% คาดความเสียหายเฉพาะภาคการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

ผลกระทบต่อเนื่องจากการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าและบริการพุ่งสูงขึ้นถึง 1 เท่าตัว แม้ปัจจุบันจะยกเลิกเคอร์ฟิวแล้ว แต่ผู้ผลิตเริ่มมีการแจ้งขอปรับราคาสินค้าหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ภาระของผู้ประกอบการในพื้นที่อพยพ (อ.คลองใหญ่, อ.เมือง และ อ.บ่อไร่) ซึ่งต้องแบกรับค่าจ้างแรงงานเดือนละ 2-3 ล้านบาท ทั้งที่ไม่มีรายได้เข้ามาเนื่องจากต้องหยุดกิจการหนีภัย  ซึ่งเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เร่งออกมาตรการชดเชยและเยียวยาที่ชัดเจนโดยเร็วที่สุด เพื่อประคองภาคธุรกิจให้รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...