Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดต้นแบบสมาร์ทฟาร์ม พลิกผืนดิน "ปลูกผลัก-เมล่อน"ขายสร้างรายได้ทุกวัน

ต้นแบบสมาร์ทฟาร์ม พลิกผืนดิน “ปลูกผลัก-เมล่อน”ขายสร้างรายได้ทุกวัน

-

ความสำเร็จของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักหนองตูม บ้านเขว้า หมู่ที่ 4 ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยเฉพาะการสร้างอาชีพที่มั่นคงจนชาวบ้านไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปทำงานรับจ้างยังต่างจังหวัดอีกต่อไป

นายดุสิต ประประโคน ผู้ใหญ่บ้านเขว้า และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักหนองตูม กล่าวว่า จุดเริ่มต้นมาจากการพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งน้ำสาธารณะ ‘หนองตูม’ เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ เมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่ชาวบ้านต้องอพยพไปทำงานต่างถิ่นหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว

ต่อมาในปี พ.ศ.2561 ได้รวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนฯ โดยมีสมาชิก 35 คน เพื่อขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งด้านปัจจัยการผลิต ระบบน้ำ และตลาดรองรับ จนกลุ่มฯ เกิดความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้

นอกจากพืชผักสวนครัวตามฤดูกาลที่ปลูกแบบอินทรีย์ปลอดสารพิษ 100% แล้ว กลุ่มฯยังได้รับการแนะนำสนับสนุนจาก นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในการจัดสรรพื้นที่สำหรับโรงเรือนปลูก เมล่อนญี่ปุ่น สายพันธุ์ โกลเด้นควีน ไม่น้อยกว่า 10 โรงเรือน

โดยจุดเด่นของเมล่อนที่นี่คือ เปลือกสีเหลืองทองเรียบ เนื้อสีส้ม รสหวานกรอบ มีความหวานกำลังดี  ซึ่งเมื่อก่อนส่งขายที่ จิม ทอมสัน ปัจจุบันจัดส่งขายให้กับโรงพยาบาลต่างๆ และมีร้านมารับซื้อถึงที่ โดยรายได้ต่อ 1 โรงเรือนต่อครั้ง มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 13,000–15,000 บาท

นายดุสิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ผลผลิตเมล่อนกำลังผลิดอกออกผล และคาดว่าจะโตทันได้เก็บเกี่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่จะถึงนี้

ด้าน นางสมอางค์ กางรัมย์ อายุ 54 ปี สมาชิกกลุ่มฯ เล่าว่า เมื่อก่อนต้องหอบครอบครัวไปทำงานรับจ้างยังต่างจังหวัดหลังเก็บเกี่ยวข้าว แต่ตั้งแต่มาร่วมปลูกเมล่อนและปลูกผัก ทำให้มีรายได้เข้ามาทุกวัน ชีวิตความเป็นอยู่ในครอบครัวดีขึ้น และทำให้ อาชีพทำนาแทบจะเป็นอาชีพเสริมไปแล้ว เพราะการปลูกผักสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

เช่นเดียวกับ นางทองใบ แป้นประโคน อายุ 64 ปี สมาชิกอีกราย ที่บอกว่ารายได้จากการปลูกผักตอนนี้ได้เปลี่ยนจากรายได้เสริมเป็น รายได้หลัก ไปแล้ว โดยมีรายได้เข้าเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 100-200 บาท หรือหลายร้อยบาท เนื่องจากมีตลาดรองรับชัดเจน ทั้งพ่อค้าแม่ค้าในหมู่บ้าน นายทุน และพ่อค้ารถเร่ที่เข้ามารับซื้อถึงแปลง

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...