Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดพายุถล่มชายแดนสุรินทร์! ต้นไม้โค่น-หลังคาปลิวว่อน บ้านเรือน-กุฏิพระพังยับ

พายุถล่มชายแดนสุรินทร์! ต้นไม้โค่น-หลังคาปลิวว่อน บ้านเรือน-กุฏิพระพังยับ

-

พายุฝนกระหน่ำชายแดนจังหวัดสุรินทร์ต้นไม้โค่น-หลังคาปลิวว่อน บ้านเรือน-กุฏิพระเสียหายหนัก

เมื่อวันที่ 15 ต.ค.68 ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุ พายุฝน ลมกระโชกแรง พัดถล่มในหลายหมู่บ้าน ของพื้นที่ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์  โดยเฉพาะที่หมู่บ้านคลองน้ำซับ บ้านคลองเจริญ โดนเต็มๆ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นไม้ล้มระเนระนาดหลายสิบต้น มีทั้งต้นไม้ล้มทับถนนสายหลัก ทับบ้านเรือนประชาชนหลายหลัง และหลังคาบ้านถูกพายุพัดเสียหายขณะที่วัดคลองน้ำซับ บ.คลองน้ำซับ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในบริเวณวัด ล้มทับกุฏิพระเสียหาย 2 หลัง ศาลาพักศพพังไปครึ่งหลัง โดยภายในบริเวณวัดมีต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นล้มระเนระนาดประมาณ 20 ต้น ซึ่ง อบต. แนงมุด นำเจ้าหน้าและชาวบ้านเร่งเข้าตัดต้นไม้ที่ล้มกีดขวางการสัญจรในหมู่บ้านหลายจุด เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น และอยู่ระหว่างสำรวจบ้านเรือนที่พังเสียหายในหลายหมู่บ้านคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 30 หลังคาเรือน

ร.ต.อ. อัคคภาคย์ เที่ยงธรรม  นายก อบต. กล่าวว่า ความเสียหายจากพายุ ประเมินคร่าวๆจะเป็นต้นไม้ใหญ่ล้มขวางถนนที่สัญจรไปมา และเส้นทางรองในหมู่บ้าน ค่อนข้างมาก เฉพาะที่วัดคลองน้ำทรัพย์ต้นไม้ล้ม สามสิบต้น มีแต่ต้นขนาดใหญ่ เบื้องต้นมีหลังคาบ้านที่ได้รับความเสียหาย เฉพาะที่หมู่บ้านคลองน้ำทรัพย์ก็สิบกว่าหลัง และหมู่บ้านอื่นอีกน่าจะมีจำนวนหลายหลัง อยู่ระหว่างตรวจสอบ เบื้องต้นจะจัดการเอาต้นไม้ออกจากถนนให้แล้วเสร็จก่อน จะสำรวจบ้านเรือนที่เสียหายตามลำดับร่วมกับผู้นำชุมชน เพื่อดูแลช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป

พระไพโรจน์ อนันโย เจ้าอาวาสวัดคลองน้ำซับ กล่าวว่า เวลาประมาณบ่ายสามโมงเย็นช่วงนั้น กลับมาจากงานที่อำเภอ ลงรถได้ประมาณ 10 นาที ก็ได้ยินเสียงเหมือนฝนและฟ้าร้อง มีลมมาพร้อมฝนตกจากนั้นก็มีเสียงไม้ล้มแต่ไม่รู้ว่าล้มตรงใหนบ้าง จนมีพระลูกวัดวิ่งไปบอกว่ามีต้นไม่หักล้มระเนระนาดเลย ผมก็รีบออกมาดูก็เห็นสภาพตามที่เห็นนี่เลย ความเสียหายก็มีกุฏิ 2 หลัง ศาลาพักศพครึ่งหลัง แต่ต้นไม้ที่ล้มนี่น่ารวมๆประมาณ 200-300 ตัน คิดว่ากว่าจะตัดต้นไม้ที่ล้มออกหมดคงใช้เวลาหลายวันเพราะเครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่มี

นางบัวผัน นิลจำรัส ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านคลองน้ำซับ กล่าวว่า ตอนนั้นไม่มีเค้าว่าฝนจะตกเลย ตอนนั้นส่งเด็กกลับบ้านหมดพอดี ก็เห็นขาวๆมืดมาเลยมองไม่เห็นอะไรเลย สักพักลมพัดแรงทำให้ต้นบริเวณรอบๆศูนย์ล้มหมดเลย โดยรอบๆศูนย์ก็ล้มไปเกือบสิบต้นแต่โชคดีที่ต้นไม้ไม่ล้มทับศูนย์ แต่ก็กำแพงของศูนย์ที่พังเสียหายก็ถือว่ายังโชคดี

จากการสอบถามชาวบ้านหลายคนบอกว่าพายุครั้งนี้มาเร็วและแรงมาก ทำให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เพราะนอกจากต้นไม้ที่ล้มในหมู่บ้านแล้ว ตามท้องไร่ท้องนาก็มีอีกจำนวนมากที่โค่นล้มทับนาข้าว ซึ่งพรุ่งนี้คงต้องออกสำรวจโดยละเอียดครั้ง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

คุณตาเมืองตรังขยายพันธุ์”ควายเผือก”สู่เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้

ฟาร์มซาซา หมู่ที่ 7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ของ "กะหนี ซาซา" อายุ 71 ปีใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเลี้ยงทั้งควายเผือกและควายดำรวม 15 ตัว โดยเป็นควายเผือก 8 ตัวและควายดำ 7 ตัว ซึ่งการเลี้ยงควายเผือกเริ่มจากความชอบส่วนตัวที่เห็นลักษณะของควายเผือกแล้วเกิดความรัก ความหลงใหลในรูปร่าง สีสันและความเชื่อง  จึงซื้อมาเลี้ยงครั้งแรกเมื่อปี 2560...