หน้าแรกข่าวล่าสุดชลบุรีจับมือต้าโจวดึง soft powerไทย-จีนหนุนท่องเที่ยวคุณภาพ

ชลบุรีจับมือต้าโจวดึง soft powerไทย-จีนหนุนท่องเที่ยวคุณภาพ

-

เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี อำเภอเมืองชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับนางสาวถัง จื้อคุณ รองนายกเทศมนตรีเมืองต้าโจว มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ ในโอกาสเดินทางมาเยือนจังหวัดชลบุรี

การเยือนครั้งนี้ สำนักงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจและกิจการต่างประเทศ เมืองต้าโจว มณฑลเสฉวน นำโดยนางสาวถัง จื้อคุณ และคณะผู้บริหาร ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมร่วมลงนามแสดงเจตจำนงความร่วมมือระหว่างจังหวัดชลบุรี ราชอาณาจักรไทย และเมืองต้าโจว มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ มิตรภาพ และพัฒนาความสัมพันธ์อันเป็นมิตรระหว่างสองฝ่าย โดยการหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานแห่งความเสมอภาค

ทั้งนี้ เมืองต้าโจวตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน มีประชากรประมาณ 5.4 ล้านคน (ข้อมูลปี 2023) ถือเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมและเศรษฐกิจในลุ่มแม่น้ำฉางเจียงฝั่งตะวันตก มีความโดดเด่นด้านอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมี รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ โลจิสติกส์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์ และการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร

นอกจากนี้ เมืองต้าโจวยังมีเครือข่ายการคมนาคมที่ทันสมัย ครอบคลุมรถไฟความเร็วสูง ถนนทางด่วน และท่าอากาศยานนานาชาติต้าโจว เชื่อมโยงกับเมืองใหญ่ในภูมิภาคตะวันตกของจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีความหลากหลายด้านการศึกษา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว โดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมของเสฉวน

ทั้งอาหาร งานหัตถกรรม และศิลปะการแสดง รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น ภูเขาหวาต้ง และวัดเก่าแก่หลายแห่ง

การลงนามครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างจังหวัดชลบุรีกับเมืองต้าโจว เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวในอนาคตอย่างยั่งยืน

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...