หน้าแรกข่าวล่าสุดขุขันธ์ เตรียมจัดงานรำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชา

ขุขันธ์ เตรียมจัดงานรำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชา

-

อำเภอขุขันธ์ เตรียมจัดงานรำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชา หลักเมืองลือเลี่องกล้วยแสนหวี วิถีวัฒนธรรมไทยเชื้อสายเขมร สู่ประเพณีแห่งความกตัญญู

นายพงศ์ธร จันทร์สวัสดิ์ นายอำเภอขุขันธ์ นางณัฐนันท์ จันทร์สวัสดิ์ นายกกิ่งกาชาดอำเภอขุขันธ์ ดร.วัชรินทร์ สอนพูด ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ นางสมจันทร์ บัวเขียว นายกเทศมนตรีตำบลเมืองขุขันธ์  นายรัฐวิทย์ อังคะสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ และคณะ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานรำลึกพระยาไกรภักดีประเพณีแซนโฎนตาบูชาหลักเมืองลือเรื่องกล้วยแสนศรีวิถีวัฒนธรรมไทยเชื้อสายเขมร ของอำเภอขุขันธ์ ทั้ง 23 ตำบลซึ่งจะจัดขึ้นที่บริเวณลานอนุสาวรีย์พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน หรือ ตากะจะ (แปลว่า ลุงผู้เฒ่า) เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดศรีสะเกษ

พงศ์ธร จันทร์สวัสดิ์นายอำเภอขุขันธ์

การจัดงานรำลึกพระยาไกรภักดีประเพณีแซนโฎนตาบูชาหลักเมืองลือเลี่องกล้วยแสนหวี กำหนดจัดระหว่างวันที่ 15 ถึง 23 กันยายน 2568 เพื่อร่วมรำลึกถึงบุญคุณผู้ก่อตั้งสร้างเมืองขุขันธ์ตลอดจนบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ โดยจะนำเอาอัตลักษณ์พร้อมตำนานการสร้างเมืองขุขันธ์ก่อนจะมาเป็นจังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบันซึ่งผู้คนทั้ง 23 ตำบล คงสืบสานรักษาวัฒนธรรมประเพณีแซนโฎนตา ได้อย่างเหนียวแน่น

สมจันทร์ บัวเขียวนายกเทศมนตรีตำบลเมืองขุขันธ์

ถือเป็นานประเพณีอันสำคัญ ที่ได้มีการส่งไม้ต่อให้ลูกหลานคนรุ่นหลังได้ต่อยอดรองรับการท่องเที่ยวถึงชุมชนจนเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติอีกแห่งหนึ่งในแถบอีสานใต้พร้อมยกระดับสู่เทศกาลคนดีมีความกตัญญูรู้คุณ

ดร.วัชรินทร์ สอนพูด วัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์

โดยเตรียมยกระดับเป็นงานเทศกาลรองรับนักท่องเที่ยวได้ชมความตระการตากับวิถีวัฒนธรรมผ่านแสงสีเสียง ประวัติเมืองขุขันธ์ ทานอาหารและเครื่องแต่งกายเฉพาะถิ่นอีกทั้งกล้วยที่นำมาจัดขบวนแห่และนำไปร่วมแซนโฎนตามากถึงแสนหวีพร้อมขนมข้าวต้มมัดหมูเห็ดเป็ดไก่ซึ่งถือมีการจับจ่ายช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละปีถึง 30 ล้านบาททีเดียว

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...