หน้าแรกข่าวล่าสุดกยท.เทงบ 2.8 พันล้าน หนุนชาวสวนโค่นยางเอง จ่ายครบ 15 ก.ย.นี้

กยท.เทงบ 2.8 พันล้าน หนุนชาวสวนโค่นยางเอง จ่ายครบ 15 ก.ย.นี้

-

กยท. จัดสรรงบ 2,800 ล้านบาท หนุนชาวสวนยางโค่นปลูกแทนด้วยทุนตนเองก่อนอนุมัติ ตั้งเป้าอนุมัติคำขอครบ พร้อมจ่ายเงิน ภายใน 15 ก.ย.นี้

ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้ยื่นคำขอรับการปลูกแทนและอยู่ระหว่างรอการอนุมัติให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทนจำนวนมาก ซึ่ง กยท. ได้รวบรวมคำขอคงเหลือของผู้ขอรับการปลูกแทนรายที่เจตนาจะโค่นต้นยางและปลูกแทนโดยใช้ทุนตนเองก่อนได้รับอนุมัติ โดยมีแผนการโค่นและปลูกแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2568 ทั้งนี้ เกษตรกรได้ยื่นแบบขอโค่นและปลูกแทนด้วยทุนตนเองก่อนได้รับอนุมัติ (แบบ กยท. 4) แล้วรวมทั้งสิ้น 36,283 ราย คิดเป็นพื้นที่รวม 346,685.90 ไร่

โดย กยท. ได้อนุมัติงบประมาณปี 2568 จากกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49(2) วงเงินรวม 2,860,431,552.20 บาท สำหรับโครงการโค่นต้นยางและปลูกแทนโดยใช้ทุนของเกษตรกรก่อนได้รับการอนุมัติจาก กยท. ไว้เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ กยท. ได้ดำเนินการอนุมัติคำขอฯ แล้ว เป็นพื้นที่สวนยาง จำนวน 302,452.10 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ส.ค. 68) คิดเป็น 87.24% ของคำขอฯ ทั้งนี้ จะสามารถอนุมัติได้ครบ 100% ภายในวันที่ 29 ส.ค.นี้

ดร.เพิก กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน กยท. ดำเนินการจ่ายเงินในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ยื่นขอโค่นและปลูกแทนด้วยทุนตนเองก่อนได้รับอนุมัติกับ กยท. แล้ว จำนวน 46,142,294.21 บาท โดยจะจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน 2568 ทั้งนี้ เกษตรกรในโครงการฯ นี้ สามารถติดต่อขอรับเงินสนับสนุนได้ที่ กยท.จังหวัด/สาขา ในพื้นที่ใกล้บ้าน

สำหรับโครงการฯ ดังกล่าว เป็นหนึ่งในโครงการที่ กยท. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับการปลูกต้นยางใหม่ และเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้เกษตรกรนำไปบริหารจัดการสวนยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...