Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดมูลนิธิชัยพัฒนาห่วงกว่า 50 ครัวเรือนน่านเสี่ยงดินโคลนถล่ม

มูลนิธิชัยพัฒนาห่วงกว่า 50 ครัวเรือนน่านเสี่ยงดินโคลนถล่ม

-

ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาแนะอพยพด่วนกว่า 50 ครัวเรือนเสี่ยงดินโคลนถล่ม–เตรียมแผนย้ายอยู่ชุมชนใหม่เมืองน่าน

พล.อ.วิจักขฐ์  สิริบรรสพ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา  ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังรับทราบสถานการณ์น่าเป็นห่วง  บ้านสบขุ่น หมู่ 7 ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน  เสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนจากดอยยาว ถล่มบ้านเรือนประชาชน ซึ่งปลูกบ้านอาศัยอยู่ในแนวสัน โดยเสี่ยงสูงมากกว่า  50 ครัวเรือนกว่า 200 คน  รวมถึงวัดและโรงเรียนในพื้นที่ ที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง

โดยมีพ.อ.ปิยะพงษ์ พรดาผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 32  พร้อมด้วย นายอรรถวิทย์ ยุทธยศ ตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ สำนักบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายยุทธนา ดวงประภากรนายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคา  พร้อมด้วย นายธีระพันธ์ วาฤทธิ์ กำนันตำบลป่าคา และ นายปิติพงษ์ ธรรมลังกา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7  ร่วมให้ข้อมูล

ทั้งนี้พบว่า ที่ผ่านมามีบ้านเรือนประชาชนถูกดินสไลด์แล้วกว่า 10 หลังคาเรือน เมื่อช่วงพายุวิภาที่ผ่านมาชาวบ้านต่างต้องพากันนำเสาปูน ไม้ทำแนวกั้นดิน ป้องกันไม่ให้สไลด์เข้าทับถมตัวอาคารบ้านเรือน  ท่ามกลางความหวาดกลัวว่า หากฝนยังคงตกต่อเนื่อง ดินภูเขาอาจอุ้มน้ำไม่ไหวและเกิดการถล่มครั้งใหญ่ ซึ่งจะสร้างความเสียหายรุนแรงกว่านี้

นายปิติพงษ์ ธรรมลังกา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา  เปิดเผยว่า สำหรับบ้านสบขุ่น ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา ถือเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากอยู่ในแนวเชิงเขาของดอยยาว ซึ่งในช่วงฤดูฝนหากมีฝนตกหนักต่อเนื่องก็มักจะเผชิญกับปัญหาน้ำป่าไหลหลากเป็นประจำ

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้ดินอุ้มน้ำในปริมาณมาก จนไม่สามารถรองรับได้ เกิดการไหลหลากของน้ำป่าจากดอยยาวเข้าสู่หมู่บ้าน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่ฝนตกหนัก ชาวบ้านต่างต้องหวาดผวา และเฝ้าระวังกันตลอดทั้งคืน   ต้องการให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาศึกษาแนวทางป้องกันภัยพิบัติอย่างยั่งยืน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี

อย่างไรก็ตามหลังรับทราบข้อมูล และตรวจสอบจุดเสี่ยงดินโคลนถล่ม  ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา   ได้แนะนำในขั้นต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด  โดยให้อพยพชาวบ้านหลังคาเรือนที่มีความเสี่ยงสูงไปอยู่อาศัยในพื้นที่ปลอดภัยในช่วงนี้ ซึ่งอาจมีฝนตกหนักและเกิดดินสไลด์ได้   และทำประชาคมคนในหมู่บ้านในการย้ายบ้านที่เสี่ยงภัยออกไปตั้งที่แห่งใหม่ เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว ทั้งนี้จะนำข้อมูลที่ได้รับทราบไปหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...