หน้าแรกข่าวล่าสุด"ชบาแก้ว" พ่าย "เวียดนาม"1-3 ชิงแชมป์อาเซียน รั้งที่ 4

“ชบาแก้ว” พ่าย “เวียดนาม”1-3 ชิงแชมป์อาเซียน รั้งที่ 4

-

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เวลา 16.30 น. ณ ลัช ไช สเตเดียม การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน รอบชิงอันดับ 3 ทีมชาติไทย อันดับ 53 ของโลก ลงสนาม พบกับ ทีมชาติเวียดนาม อันดับ 37 ของโลก

ในรอบรองชนะเลิศ ไทย แพ้ เมียนมา มา 1-2 ส่วน เวียดนาม แพ้ ออสเตรเลีย ด้วยสกอร์เดียวกัน

เกมนี้ ฟูโตชิ อิเคดะ วาง กาญจนธัช พุ่มศรี เป็นหน้าเป้า และมี ธวันรัตน์ พรมทองมี, แมดดิสัน เจตน์ แคสทีน และจณิสตา จินันทุยา คอยสนับสนุนในแดนกลาง

เริ่มเกม ทั้งสองทีมพยายามต่อบอลทำเกมบุกใส่กัน แต่ยังไม่มีทีมใดพาบอลเข้าเขตอันตรายและจบสกอร์ได้

นาทีที่ 34 ณัฐชา แก้วอันตา ตัดเกมกลางสนามด้วยการดึงผู้เล่นของเวียดนาม โดนใบเหลืองแรกของเกม

ช่วงก่อนทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก นาทีที่ 45 ภัม ไฮ เยน หลุดไปซัดด้วยขวาให้เวียดนามออกนำไทย 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังเพียง 1 นาที ไทยเกือบได้ประตูตีเสมอ แมดดิสัน เจตน์ แคสทีน ได้ยิงเต็มข้อแต่บอลไปติดผู้รักษาประตูของเวียดนาม จากนั้นไทยเปิดเกมรุกมากขึ้นหวังทำประตูคืน

กระทั่งนาทีที่ 65 ฮวิน นู ยิงให้เวียดนามหนีไทย 2-0และในนาทีที่ 68 เวียดนามได้จังหวะสวนกลับ เหงียน ธิ บิช ธีย์ สับด้วยขวาบอลเบียดเสาแรกเข้าไป เวียดนามนำห่าง 3-0

ไทยได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 87  จากจังหวะเตะมุม ริญญาภัทร์ มูลดง เตะเรียดเข้ามาให้ วิรัญญา แกว่นกสิกรรม ยิงเข้าไป ไทยไล่มาเป็น 1-3 จากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกมไทยพ่ายเวียดนาม รั้ง 4 ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน

หลังจากนี้ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย จะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ในวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 14.55 น. และหลังจากนี้ สตาฟโค้ชจะร่วมประชุมกับผู้บริหารสมาคมฯ เพื่อวางแผนสำหรับทัวร์นาเมนต์ต่อไป รวมถึง ฟุตบอลหญิงในมหกรรมซีเกมส์ ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพในช่วงเดือนธันวาคม นี้

#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #Chabakaew #Womensfootball #ฟุตบอลหญิง #ชบาแก้ว #ทีมชาติไทย #ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย #บอลหญิง #ฟุตบอลไทย #บอลไทย #ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน #ASEANWomensMSIGSerenityCup2025 #MSIGSerenityCup #ASEANWomensChampionship #ASEANUtdFC

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...