Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดจัดวิ่ง 100 กม. ระดับทวีปสวนรถไฟ หวังดันขึ้นระดับโลก พ.ย.นี้

จัดวิ่ง 100 กม. ระดับทวีปสวนรถไฟ หวังดันขึ้นระดับโลก พ.ย.นี้

-

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล เลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ รตท.ดร.มนัส โนนุช ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันวิ่งอัลตรามาราธอนนานาชาติ “IAU 100KM Asia & Oceania Championship 2025” ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม

นายจักรพลกล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกีฬาอัลตรามาราธอนในระดับทวีปเอเชีย และประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางกีฬาเพื่อสุขภาพของเอเชีย ภายใต้นโยบาย “Amazing Thailand 2025” ของรัฐบาล และเตรียมความพร้อมในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการระดับโลกในอนาคตด้วย ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้าน

ดร.ชัชชาติกล่าวว่า กทม.มีสวนและสนามกีฬาหลายแห่ง ที่พัฒนา ปรับปรุง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่ง เมื่อมีสนามแล้วไม่มีนักวิ่ง ก็ไม่มีประโยชน์ จึงอยากเชิญชวนให้ออกมาวิ่งกันเยอะๆ และพร้อมสนับสนุนการแข่งขันครั้งนี้อย่างเต็มที่ให้ประสบความสำเร็จ และก้าวไปเป็นรายการระดับโลกในอนาคตให้ได้

การแข่งขันในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 1.วิ่งอัลตรามาราธอน ระยะ 100 กก. ชิงแชมป์เอเชียและโอเชียเนีย ชายและหญิง 2.การแข่งขันวิ่ง 100 กม. และ 24 ชม. ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ทั้งชายและหญิง 3.การแข่งขันแบบโอเพ่น ระยะ 100 กม., 50 กม., 24 ชั่วโมง, 12 ชั่วโมง และ 6 ชม.

การแข่งขันจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน ที่สวนวชิรเบญจทัศ(สวนรถไฟ) กรุงเทพมหานคร โดยระยะทางการวิ่งต่อ 1 รอบ อยู่ที่ 4 กม. ผู้ที่แข่งขันระยะ 100 กม. จะต้องวิ่ง 25 รอบ ซึ่งได้รับการวัดและรับรองอย่างเป็นทางการจากสหพันธ์กรีฑานานาชาติแล้ว

ผู้สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน สมัครและดูรายละเอียดได้ที่ race.thai.run/iau100k

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...