หน้าแรกข่าวล่าสุดระเบิดทำลายบันไดช่องคานม้าเขมร ตัดเส้นทางขึ้นภูมะเขือ

ระเบิดทำลายบันไดช่องคานม้าเขมร ตัดเส้นทางขึ้นภูมะเขือ

-

จากเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 24-28 ก.ค.ที่ผ่านมา ทหารได้ทำลายบันไดช่องคานม้า จ.ศรีสะเกษ ซึ่งสามารถขึ้นมาถึงภูมะเขือได้

หลังทหารไทยเข้ายึดพื้นที่ภูมะเขือ ผลักดันทหารกัมพูชาอยู่บนจะงอยหน้าผาออกไปทั้งหมด พร้อมทำลายกระเช้าและฐานทหารกัมพูชาด้านล่างภูมะเขือ โดยการใช้โดรนติดระเบิดทำลายทิ้งเพื่อสตัดเส้นทางเขมรขึ้นภูมะเขือ

ขณะที่ เพจ SMART Soldiers Strong Army ระบุว่า ในสถานการณ์ที่พื้นที่ชายแดนมีความตึงเครียด การเข้าใจแนวคิดและหลักการทางยุทธวิธี เช่น การควบคุมพื้นที่และการป้องกันเชิงรุก ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรามองภาพรวมของสถานการณ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เราขอพาทุกท่านไปที่ “จุดยุทธศาสตร์ภูมะเขือ – ช่องคานม้า” กับตัวอย่างของการใช้ “ภูมิประเทศเป็นอาวุธ”
”ตัดทางขึ้น สกัดขีดความสามารถข้าศึก“
Cutting Access – Denying the Enemy’s Advantage
ภูมะเขือ–ช่องคานม้า: เส้นทางที่มีมากกว่าคำว่า ‘บันได‘
บันไดเหล็กและสิ่งปลูกสร้างที่เชื่อมขึ้นสู่ยอดภูมะเขือ คือเส้นทางยุทธศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนสมดุลของสมรภูมิได้
เมื่อถูกทำลาย…เท่ากับปิดช่องทางสู่จุดสูงที่ใช้สังเกตการณ์และวางกำลัง นี่คือตัวอย่างของการใช้ “ภูมิประเทศเป็นอาวุธ” และการป้องกันเชิงรุกที่ยึดหลักการควบคุมพื้นที่อย่างแม่นยำ

การทำลายหรือรื้อถอนเส้นทางลักษณะนี้ เป็นแนวทางหนึ่งของ การปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ (Area Denial / Denial Operations) เพื่อ
– ป้องกันการเข้าถึงจุดสูงที่สามารถใช้ในการสังเกตการณ์หรือวางกำลัง
– จำกัดขีดความสามารถในการเคลื่อนที่ของฝ่ายตรงข้าม
– ลดความเสี่ยงจากการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานยิงหรือจุดโจมตี
การตัดเส้นทางจาก “ช่องคานม้า” ขึ้นสู่ภูมะเขือ จึงเป็นตัวอย่างของการใช้ “ภูมิประเทศเป็นเครื่องมือทางยุทธวิธี” โดยเฉพาะในบริเวณที่มีลักษณะเป็นหน้าผา แนวลาดชัน หรือทางขึ้นจำกัด หากสามารถควบคุมหรือทำลายจุดเข้าถึงได้ ก็เท่ากับสามารถควบคุมสมรภูมิในระดับหนึ่งได้เช่นกัน
หลักการทางทหารที่เกี่ยวข้อง:
– การควบคุมพื้นที่สูง (High Ground Dominance)
– การทำลายโครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนกำลัง (Mobility Denial)
– การป้องกันเชิงรุก (Proactive Defense)

จุดยืนของกองทัพไทย: ปฏิบัติอย่างอดทน มีวุฒิภาวะ และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายสากลในการป้องกันตนเอง โดยไม่ยอมให้ฝ่ายใดละเมิดอธิปไตยไทยอย่างเด็ดขาด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...