หน้าแรกข่าวล่าสุดกระแสมาแรง! “ทัวร์ทุเรียน”ปลุกท่องเที่ยวใต้ เพิ่มรายได้เกษตรกร

กระแสมาแรง! “ทัวร์ทุเรียน”ปลุกท่องเที่ยวใต้ เพิ่มรายได้เกษตรกร

-

เจ้าของสวนผสมผสานบ้านควนอินนอโม หมู่ 7 เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ทุเรียนสดตัดจากต้นขนาด 80 % ราคา 50 บาท / กก. ซึ่งเป็นหมอนทอง ส่วนทุเรียนชะนี ก้านยาว ราคาก็อีกระดับหนึ่ง 

“ทุเรียนราคาปี 2568 ผันผวนมากโดยราคาได้ลดลงไปครึ่ง / ครึ่ง  เมื่อราคาต่ำลงคาดว่าจะมีผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นอีกมากแต่ปรากฎว่าผู้บริโภคก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น”

ทางด้าน นายวิทยา แซ่ลิ่ม อดีตผู้ก่อตั้งสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา มัคคุเทศก์อาชีพ จ.สงขลา เปิดเผยว่า จากราคาทุเรียนที่ผันผวนและมีผลผลิตออกมาปริมาณมาก เพื่อสนับสนุเกษตรกรชาวสวนทุเรียน ทางกลุ่มมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลาส่วนหนึ่ง ได้ร่วมกับกลุ่มบริษัททัวร์ มัคคุเทศก์ในประเทศมาเลเซีย และเจ้าของสวนทุเรียนในพื้นที่ ได้จัดทัวร์ทุเรียนขึ้นในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว ช๊อปเขตเทศบาลนครหาดใหญ่จำนวนหลายจุด และจุดใหญ่ คือ 4 แยกท่าเคียน เพราะมีพื้นที่อำนวยความสะดวกในการจอดรถได้จำนวนมากเพื่อจอดพักกินทุเรียน

นายวิทยา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ได้ประสานไปยังกลุ่มบริษัททัวร์ประเทศมาเลเซีย จัดทัวร์ทุเรียนขึ้น ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2568 รวม 2 เดือนผ่านไปประมาณ 1 เดือน ถือว่ามีทิศทางที่ดี  โดยทุเรียนราคาประมาณ 79 บาท / กก. โดยพันธุ์หมอนทอง  โดยประมาณแต่ละวันหลายสิบรถทัวร์ประเภทรถบัสนำเที่ยว และรถตู้ รถ 7 ที่นั่ง อีกจำนวนมาก

โดยจุดใหญ่ 4 แยกท่าเคียน ซึ่งวางจำหน่ายทุเรียนพร้อมกินกว่า 10 รถกะบะ นอกนั้นยังมีอีกหลายจุด โดยในจุดกินทางเจ้าของท้ายกะบะทุเรียนจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการกินทุเรียนพร้อม

“นอกนั้นยังมีมังคุดด้วย โดยราคา 5 กก. 100 บาท แถมท้ายเพื่อแก้ร้อนใน  ทั้งหมดประสบความสำเร็จด้วยดี จากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนช๊อปปิ้งหาดใหญ่สงขลา  แต่ละรายมีทุเรียนขายพร้อมกินไม่ต่ำกว่ารายละ 400 กก. และ 500 กก. / วัน ซึ่งแต่ละรายจะมีเงินหมุนสะพัดกว่า 30,000 บาท / วัน”

นายวิทยา กล่าวอีกว่า การท่องเที่ยวหาดใหญ่สงขลาถือว่ายังไปได้ดี โดยวันสุดสัปดาห์ ตัวเลขนักท่องเที่ยวอยู่ในหลักหมื่น และวันธรรมดาหลักพันคน.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...