หน้าแรกข่าวล่าสุดกยท.จ่ายไร่ละ1.6หมื่นเยียวยาชาวสวนโค่นต้นยางเก่าปลูกใหม่

กยท.จ่ายไร่ละ1.6หมื่นเยียวยาชาวสวนโค่นต้นยางเก่าปลูกใหม่

-

กยท.อนุมัติงบกว่า 2,800 ล้านบาท หนุนชาวสวนยางโค่นปลูกแทนด้วยทุนตนเองก่อนอนุมัติ ไร่ละ 16,000 บาท จ่ายเงิน 1 ส.ค.-15 ก.ย. นี้

ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้ยื่นคำขอรับการปลูกแทนและอยู่ระหว่างรอการอนุมัติให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทนจำนวนมาก ซึ่ง กยท. ได้รวบรวมคำขอคงเหลือของผู้ขอรับการปลูกแทนรายที่เจตนาจะโค่นต้นยางและปลูกแทนโดยใช้ทุนตนเองก่อนได้รับอนุมัติ โดยมีแผนการโค่นและปลูกแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2568

สำหรับเกษตรกรได้ยื่นแบบขอโค่นและปลูกแทนด้วยทุนตนเองก่อนได้รับอนุมัติ (แบบ กยท. 4) แล้ว รวมทั้งสิ้น 36,283 ราย คิดเป็นพื้นที่รวม 346,685.90 ไร่ โดยขณะนี้ กยท. อนุมัติงบประมาณปี 2568 จากกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49(2) วงเงินรวม 2,860,431,552.20 บาท สำหรับโครงการโค่นต้นยางและปลูกแทนโดยใช้ทุนของเกษตรกรก่อนได้รับการอนุมัติจาก กยท. ไว้เรียบร้อยแล้ว

ด้านนายจิรวิทย์ มีชูภัณฑ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการผลิต กล่าวว่า กยท. จะดำเนินการจ่ายเงินในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ยื่นขอโค่นและปลูกแทนด้วยทุนตนเองก่อนได้รับอนุมัติกับ กยท. ในอัตราไร่ละ 16,000 บาท ซึ่ง กยท. จะอนุมัติการปลูกแทนและเริ่มจ่ายเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 โดยจะจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน 2568

ทั้งนี้ เกษตรกรในโครงการฯ นี้ สามารถติดต่อขอรับเงินสนับสนุนได้ที่ กยท.จังหวัด/สาขา ในพื้นที่ใกล้บ้าน สำหรับโครงการฯ ดังกล่าว เป็นหนึ่งในโครงการที่ กยท. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับการปลูกต้นยางใหม่ และเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้เกษตรกรนำไปบริหารจัดการสวนยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...