หน้าแรกข่าวล่าสุดยอดพลเรือนไทยเสียชีวิต 15 ราย รพ.เสียหาย 20 แห่ง–พบเครียดเพียบ

ยอดพลเรือนไทยเสียชีวิต 15 ราย รพ.เสียหาย 20 แห่ง–พบเครียดเพียบ

-

กระทรวงสาธารณสุขรายงานยอดผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ถึง 29 ก.ค. รวมเจ็บ-ตาย 53 ราย รพ.เสียหาย 20 แห่ง ปิดบริการแล้ว 11 แห่ง พบผู้มีภาวะเครียดสูง 293 ราย และเสี่ยงฆ่าตัวตาย 41 ราย เร่งส่งทีมแพทย์–จิตแพทย์เข้าช่วยเหลือทุกพื้นที่

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ผู้ได้รับผลกระทบด้านสาธารณสุขจากเหตุสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ณ เวลา 15.00 น. โดยพบว่ามี ผู้เสียชีวิตในฝั่งพลเรือนรวม 15 ราย เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 1 ราย ที่จังหวัดสุรินทร์

สำหรับ ผู้บาดเจ็บรวม 38 ราย แบ่งเป็นบาดเจ็บสาหัส 12 ราย บาดเจ็บปานกลาง 13 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย ขณะนี้ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล (admit) อยู่ 11 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นผู้บาดเจ็บสาหัส 8 ราย และบาดเจ็บปานกลาง 3 ราย ส่วนอีก 13 รายได้รับการอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว

ด้านสถานพยาบาล กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ขณะนี้มี โรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบแล้วรวม 20 แห่ง โดยในจำนวนนี้ 11 แห่งต้องปิดบริการทั้งหมด และอีก 9 แห่งปิดบางส่วน ขณะที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้รับผลกระทบแล้วถึง 149 แห่ง

ในส่วนของการปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ได้มีการจัดทีมลงพื้นที่รวม 548 ทีม และยังเตรียมความพร้อมไว้เพิ่มเติมรวม 1,221 ทีม ซึ่งประกอบด้วยทีม MERT, Mini MERT, ALS, JIT, MCATT และ SEhRT

สำหรับการดูแลด้านสุขภาพจิต ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีการ คัดกรองประชาชนไปแล้ว 21,007 ราย พบผู้มีภาวะเครียดสูงจำนวน 293 ราย และ ผู้มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 41 ราย โดยมีทีม MCATT ซึ่งประกอบด้วยนักจิตวิทยาและจิตแพทย์เข้าช่วยเหลือทุกกรณีแล้ว

ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังคงกำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนในศูนย์พักพิง ทั้งด้านร่างกาย สุขอนามัย จิตใจ และการควบคุมโรคติดต่ออย่างใกล้ชิด.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...