Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด"ส.ยกน้ำหนัก"ห่วงใยพี่น้องชายแดนไทย สั่งอพยพพ้นพท.อันตราย

“ส.ยกน้ำหนัก”ห่วงใยพี่น้องชายแดนไทย สั่งอพยพพ้นพท.อันตราย

-

คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยขอส่งความห่วงใยไปยังพี่น้องคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะนักกีฬาจากสโมสรยกน้ําหนักโรงเรียนบึงมะลูวิทยา ที่ตั้งอยู่ใน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ล่าสุดคณะครูและนักเรียนจาก ได้อพยพไปยัง อ.ราษีไศลเพื่อความปลอดภัยแล้ว

นายปรัชญา กีรตินันท์ นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ปะทะกันทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยมีความห่วงใยต่อพี่น้องคนไทยที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสโมสรสมาชิกของสมาคมที่มีอยู่ทั้งในจ.สุรินทร์ รวมถึงจ.ศรีสะเกษ ที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดได้รับรายงานจาก นาวาเอก เพชรเกษม รตาภรณ์ รองเลขาฯและนายทะเบียน ที่ได้มีการสอบถามกับ นายวิทยา วิรารัตน์ นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่า มีการอพยพคณะครูและนักเรียนของโรงเรียนบึงมะลูวิทยา ที่อยู่ในอ.กันทรลักษณ์ ไปยังอ.ราษีไศล เพื่อความปลอดภัยแล้ว จากนี้คงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“ทางสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ มีความห่วงใยพี่น้องคนไทยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสโมสรสมาชิกของเรา นั่นคือสโมสรยกน้ําหนักโรงเรียนบึงมะลูวิทยาที่อยู่ในพื้นที่อันตราย แต่ก็ได้รับรายงานว่าอพยพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมและคณะผู้บริหารสมาคมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และส่งกำลังใจให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่อยู่ในพื้นที่ทุกท่าน ขอให้ทุกคนปลอดภัย ด้วยความปรารถนาให้สถานการณ์คลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วไวครับ” นายปรัชญา กีรตินันท์ นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯกล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...