Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด"ดร.ก้องศักดิ์" เตรียมพท.กกท.รองรับเกิดเหตุปะทะ4จังหวัด

“ดร.ก้องศักดิ์” เตรียมพท.กกท.รองรับเกิดเหตุปะทะ4จังหวัด

-

“ดร.ก้องศักด มอบนโยบาย กกท. สุรินทร์ อุบลฯ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ เตรียมพื้นที่รองรับให้การสนับสนุนกรณีเหตุปะทะพื้นที่จังหวัดชายแดน“

ตามที่ กองทัพบกได้รายงานสถานการณ์เกิดการปะทะในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ปราสาทตาเมือนทม จ.สุรินทร์ ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ด่านสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลฯ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังมีการยิงอาวุธใส่พื้นที่ชุมชน บริเวณศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นั้น

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า “จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ กกท. ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องทหารหาญรั้วของชาติที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังอยู่ในขณะนี้ทุกนาย สำหรับ กกท. นั้น เรายินดีและพร้อมให้การสนับสนุนในเรื่องสถานที่ ได้แก่ อาคารโรงยิมส์อเนกประสงค์ และสนามกีฬาจังหวัดที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ กกท. ทั้ง 4 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ ไม่ว่าจะเป็น โรงยิมส์และสนามกีฬาในสำนักงาน กกท. จังหวัดสุรินทร์, สำนักงาน กกท. จังหวัดบุรีรัมย์, สำนักงาน กกท. จังหวัดศรีสะเกษ และ สำนักงาน กกท. จังหวัดอุบลราชธานี

หากทางจังหวัดมีความประสงค์จะใช้สถานที่ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดเพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานหรือจุดอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการแพทย์และสาธารณสุข การจัดตั้งโรงครัวประกอบอาหาร การดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่พักพิงชั่วคราว การดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนของประชาชน และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถติดต่อประสานงานได้ที่ สำนักงาน กกท. จังหวัดสุรินทร์ โทร. 044-514-656, สำนักงาน กกท. จังหวัดบุรีรัมย์ โทร. 044-666-568, สำนักงาน กกท. จังหวัดศรีสะเกษ โทร. 045-643-615 และ สำนักงาน กกท. จังหวัดอุบลราชธานี โทร. 045-841-655 ทั้งนี้ กกท. เราพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยในจังหวัดพื้นที่ชายแดนดังกล่าว ผู้ว่าการ กกท. กล่าวทิ้งท้าย“

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...