Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเมืองน่านวิกฤต! ระดับน้ำยังพุ่งสูง-ไฟฟ้าดับทั้งเมือง

เมืองน่านวิกฤต! ระดับน้ำยังพุ่งสูง-ไฟฟ้าดับทั้งเมือง

-

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองน่านยังคงวิกฤต โดยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจ ซึ่งระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่บริเวณหน้าวัดสวนตาล ผ่านจุดสามแยกไฟแดงปากทางเข้าสนามกีฬา อบจ.น่าน มีประชาชนจำนวนมากออกมาสังเกตการณ์น้ำท่วมในช่วงเช้า ขณะเดียวกันไฟฟ้าในเขตตัวเมืองถูกตัด ส่งผลให้ร้านสะดวกซื้อหลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้

ด้านสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน วัดจากสถานีหลัก 2 แห่ง มีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา

สถานีสะพานผาขวาง เวลา 05.00 น. ระดับน้ำอยู่ที่ 14.65 เมตร เพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 33 เซนติเมตร สูงกว่าระดับสูงสุดของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 12.75 เมตร (ระดับตลิ่ง 9.5 เมตร)

สถานีเทศบาลเมืองน่าน เวลาเดียวกัน วัดได้ 9.27 เมตร เพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 2 เซนติเมตร สูงกว่าปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 8.68 เมตร (ระดับตลิ่ง 7 เมตร)

โดยระดับน้ำได้ล้นตลิ่งเข้าสู่พื้นที่ อำเภอภูเพียง และเขตเทศบาลเมืองน่าน ตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น.ที่ผ่านมา โดยมวลน้ำขนาดใหญ่จากทางเหนือกำลังไหลผ่านสะพานผาขวางลงสู่ตัวเมืองน่าน ขณะนี้น้ำเริ่มทะลักเข้าพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะ สูงถึง 9.50 เมตรในช่วงค่ำวันนี้

แม้ล่าสุดการเพิ่มระดับน้ำเริ่ม ชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนให้ติดตามระดับน้ำชั่วโมงต่อชั่วโมงอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมอพยพเมื่อมีการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการ

ทั้งนี้ ทีมกู้ภัยจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) น่าน ยังคงปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลความปลอดภัยในจุดเสี่ยงต่างๆ

แขวงทางหลวงน่านที่ 2 รายงานสถานการณ์น้ำท่วมผิวทางในพื้นที่สายทางในความรับผิดชอบ

ต่อมาเวลา 06.00 น.รายงานสถาณการน้ำท่วมผิวทาง ทางหลวงหมายเลข 1010601 ตอน สี่แยกช้างเผือก – ปัว ที่ กม.386+100 -กม. 386+550 (บ้านห้วยยื่น) ระดับน้ำ 120 เซนติเมตร การจราจรไม่สามารถผ่านได้

เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงน่านที่ 2 และหมวดทางหลวงท่าวังผา ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...