Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดฝนตกหนักแม่น้ำเมยเพิ่มสูงขึ้น เตือนแม่สอดรับมือท่วมฉับพลัน

ฝนตกหนักแม่น้ำเมยเพิ่มสูงขึ้น เตือนแม่สอดรับมือท่วมฉับพลัน

-

ฝนตกหนักแม่น้ำเมย ระดับสูงขึ้น อยู่ในระดับสถานการณ์ เตือนภัย   เขต อ. แม่สอดน้ำเอ่อท่วมฉับพลัน  ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568.  จากการที่เกิดพายุ “วิภา” ทำให้ฝนที่ตกอย่างหนักต่อเนื่อง พื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา  และ ที่ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก  ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำเมย ที่กั้นพรมแดนไทย-เมียนมา จังหวัดเมียวดี กับ อ.แม่สอด จ.ตาก มีระดับสูงขึ้นอย่าวงรวดเร็ว   เพราะฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ปริมานน้ำสูง อย่างต่อเนื่อง  ซึ่งขณะนี้แม่น้ำเมย ระดับน้ำอยู่ในระดับ -1.5 เมตร   อยู่ในระดับสถานการณ์ เตือนภัย

ส่วนระดับน้ำในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ล่าสุดน้ำป่าได้ไหลทะลัก เข้าท่วมพื้นที่ หลายหมู่บ้าน น้ำในลำห้วยใก้ลล้ตตลิ่ง  สถานการณ์โดยทั่วไป ค่อนข้างน่าเป็นห่วง หลายหมู่บ้านน้ำท่วม ต้องปิดเส้นทางการจราจร

ล่าสุดฝนยังคงตกในพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมาและยังคงตกบนพื้นที่เชิงภูเขาสูง ส่วนราชการได้แจ้งเตือนให้ กำนัน- ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมดินถล่ม  ได้ประกาศแจ้งเตือนภัยให้ชาวบ้านเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้บนที่สุงเพื่อลดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และเฝ้าเตือนระวังภัยน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

จากการที่พายุฝน “วิภา” ได้ ตกลงมาติดต่อกันอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในลำห้วยแม่สอด ที่ไหลผ่านเขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก มีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลแรง หากพายุฝนยังคงตกหนักคาดว่าจะทำให้ระดับในลำห้วยไหลล้นตลิ่ง

ประกอบกับขณะนี้ที่บริเวณสามแยกหน้าสำนักงานเทศบาลนครแม่สอด ถนนสายเอเชีย ได้มีน้ำไหลท่วมขัง และเริ่มมีระดับสูงขึ้น จึงแจ้งเตือนให้ประชาชนชาวบ้าน ที่ใช้รถ และเส้นทางสัญจร ผ่านไป-มา โปรดระวังอุบัติเหตุ และขับรถด้วยความระมัดระวัง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...