Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดอีก1ทางรอด!กระทุ้ง "ปั๊มน้ำมัน"แจกผลไม้แทนน้ำขวด กู้วิกฤติราคาตกต่ำ

อีก1ทางรอด!กระทุ้ง “ปั๊มน้ำมัน”แจกผลไม้แทนน้ำขวด กู้วิกฤติราคาตกต่ำ

-

“วิเชษฐ์” เรียกร้องรัฐบาลเร่งช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงใจให้ปั๊มน้ำมันเปลี่ยนแจกน้ำหันมาแจกผลไม้ตามฤดูกาลที่ตกต่ำแทนแทน เพื่อช่วยเกษตรกร ก่อนจะตายกันหมดประเทศ

วิเชษฐ์ เกษมทองศรี อดีตประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด

นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี อดีตประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกโรงเรียกร้องแบบตรงไปตรงมา ขอให้บรรดาปั๊มน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ปตท., พีที และบางจาก เปลี่ยนแนวทางการแจกของแถมจากน้ำดื่ม เป็น “สินค้าเกษตรที่ราคาตกต่ำ” เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด และมันสำปะหลัง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยที่กำลังประสบภาวะวิกฤตหนัก

“ทุกวันนี้เกษตรกรกำลังจะตายกันหมดแล้ว! ค่าปุ๋ยก็แพง ค่าแรงก็ถูก แถมยังถูกสินค้าต่างประเทศตีตลาด สินค้าเกษตรของไทยจึงถูกกดราคาอย่างน่าเวทนา” นายวิเชษฐ์กล่าว

นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาผลไม้หลายชนิดในตลาดตกต่ำจนน่าใจหาย เช่น มังคุดบางพื้นที่ราคาต่ำกว่า 10 บาท/กิโลกรัม ทุเรียนคุณภาพดีแต่ขายไม่ได้ เงาะเน่าในสวน มันสำปะหลังราคาต่ำกว่าต้นทุน ขณะที่เกษตรกรต้องกัดฟันสู้กับต้นทุนการผลิตที่สูงลิ่ว จนแทบเอาตัวไม่รอด

ทั้งนี้ รัฐบาลโดยเฉพาะ กระทรวงพลังงาน ควรเห็นความสำคัญของปัญหานี้ และผลักดันให้สถานีบริการน้ำมันใช้ “พื้นที่หน้าปั๊ม” เป็นพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกร เช่น การตั้งจุดแจกหรือจำหน่ายผลไม้ราคาถูก หรือรับซื้อผลผลิตเกษตรมาแจกให้ประชาชนแทนน้ำเปล่าขวดละ 10 บาทที่แจกกันจนชิน

“อย่าแจกแต่น้ำ แจกของที่มีคุณค่ากับเกษตรกรบ้าง! กระทรวงพาณิชย์ต้องร่วมมือกับกระทรวงพลังงานผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนอดตายก่อน แม้ผมจะไม่ได้มีตำแหน่งในรัฐบาลแล้ว แต่ในฐานะอดีต ส.ส. และอดีตรัฐมนตรีฯ ยังห่วงใยประชาชน และไม่อาจนิ่งดูดายต่อความเดือดร้อนของคนในชาติ ผมพูดด้วยความหวังดี ไม่ใช่เพราะอยากเด่นหรือเรียกร้องอะไร แต่เพราะมันเจ็บปวดที่ต้องเห็นพี่น้องเกษตรกรล้มละลายกันทั้งประเทศ ขณะที่รัฐบาลยังแจกน้ำดื่มอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” นายวิเชษฐ์กล่าว

นายวิเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากรัฐไม่รีบขยับ ครั้งหน้าที่ผลไม้ล้นตลาดอีก ก็ไม่ต้องโทษใคร เพราะโอกาสในการช่วยเหลือมีอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ใครจะกล้าลงมือทำ อย่ากลัวแต่นายทุนต้องสั่งนายทุน ช่วยเหลือเกษตรกรเจ้าของคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศที่เลือกพวกท่านมาทำงานบ้าง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...