Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวสวนน้ำตาตก! มะพร้าวน้ำหอมราคาวูบเหลือลูกละ 4 บาท

ชาวสวนน้ำตาตก! มะพร้าวน้ำหอมราคาวูบเหลือลูกละ 4 บาท

-

เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวน้ำหอม จ.ราชบุรี เดือดร้อนหนักหลังราคามะพร้าวหน้าสวนตกต่ำเหลือเพียงลูกละ 3–4 บาท จากเดิมเคยขายได้ถึงลูกละ 30–40 บาท ส่งผลให้ผลผลิตค้างสต๊อกกว่า 2 ล้านลูกต่อวัน วอนกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งหาทางช่วยระบายผลผลิตและส่งโรงงานแปรรูป หวั่นเกษตรกรล้มละลายทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าว รายงาน สถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกใหญ่ของประเทศ พบว่าราคามะพร้าวหน้าสวนตกต่ำอย่างหนัก เหลือเพียงลูกละ 3–4 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ลูกละ 6 บาท ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละวันมีผลผลิตออกมามากถึงวันละกว่า 12 ล้านลูกทั่วประเทศ และเฉพาะ จ.ราชบุรี ค้างสต๊อกมากถึงวันละ 2 ล้านลูก

นางสาวชนัญญา เชวงโชติ เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวน้ำหอม เผยว่า ปีนี้ผลผลิตออกมามากจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ทำให้ราคาหน้าสวนตกต่ำอย่างรุนแรง ขณะที่ตลาดค้าปลีกยังขายอยู่ที่ลูกละ 40–50 บาท ส่งผลให้เกิดช่องว่างทางราคา และกลุ่มผู้ประกอบการที่เคยซื้อมะพร้าวไปทำเครื่องดื่มต่าง ๆ ต้องเลิกกิจการไป เพราะต้นทุนไม่คุ้มทุน

ขณะเดียวกัน แรงงานในระบบที่เคยทำหน้าที่ปอกและควั่นมะพร้าวหายไปจากระบบมากถึง 4,600 คน เนื่องจากปีก่อนผลผลิตมีน้อย ทำให้โรงงานบางแห่งต้องปิดกิจการ ส่งผลให้ปีนี้แรงงานไม่เพียงพอต่อปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไม่สามารถระบายออกได้ทัน

นายเสน่ห์ ชูนิต ประธานแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมส่งออก ราชบุรี เผยว่า ปัญหาหนึ่งคือการถูกกดราคาจากล้งและผู้นำเข้า เพราะเกษตรกรไม่มีอำนาจต่อรอง แม้ราคาปลายทางต่างประเทศยังสูงถึงลูกละ 90–115 บาท ขณะที่ราคาหน้าสวนกลับเหลือแค่ 4 บาท พร้อมทั้งระบุว่าขณะนี้ได้ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย หาแนวทางเร่งระบายผลผลิตอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ ข้อเสนอสำคัญจากเกษตรกร คืออยากให้รัฐช่วยลดต้นทุนการผลิต หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ลดสารเคมี พร้อมประสานภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย์หาแนวทางช่วยเหลืออย่างจริงจัง ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามจนเกษตรกรไม่สามารถแบกรับภาระไหว

โดย…พันธุ์ – จรรยา แก้วนุ้ย / รายงานจาก จ.ราชบุรี

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...