Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดมาแล้วของดีชาวใต้ !!! “ทุเรียนทรายขาว” ลอตแรกออกสู่ตลาดโล 180บ. ลูกค้าแห่ซื้อกันคึกคัก

มาแล้วของดีชาวใต้ !!! “ทุเรียนทรายขาว” ลอตแรกออกสู่ตลาดโล 180บ. ลูกค้าแห่ซื้อกันคึกคัก

-

ตลาดทุเรียนทรายขาว ย่านหน้าอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ช่วงปลายเดือนมิถุนายนเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลผลไม้ล็อตแรกออกสู่ตลาดแล้ว โดยเฉพาะทุเรียนทรายขาวที่ขึ้นชื่อได้รับเครื่องหมาย GI สิ่งบ่งบอกแหล่งทางภูมิศาสตร์ ที่มีแหล่งผลิตเจาะจงที่ “ต.ทรายขาว” ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมของผู้บริโภคสูง

แม่ค้ารายหนึ่งตลาดทุเรียนทรายขาวเล่าว่า ปีนี้ทุเรียนออกมาเยอะในช่วงแรกเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าในเดือนกรกฎาคมน่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง แต่ต้องรับว่าปีนี้มีฝนตกชุก รสชาติทุเรียนจะได้น้ำที่ดีขึ้น ซึ่งทุเรียนพันธุ์นี้จะชอบอากาศร้อนมากกว่า เนื้อจะแน่น แต่อย่างไรก็ตาม ความเป็นเอกลักษณ์ของทุเรียนทรายขาว ลูกค้าที่เคยชิมแล้วจะชอบใจ เนื่องจากเนื้อนุ่ม หอม เมล็ดไม่โตมาก ส่วนเนื้อเยื่อจะออกเหลืองๆ แต่ไม่เข้มจัดเหมือนกับสายพันธุ์ทุเรียนพวงมณี ซึ่งจะมีความเอร็ดอร่อยต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ว่าใครชอบรสชาติแบบไหน แต่ถ้าเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกที่ทรายขาวจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ราคาทุเรียนหมอนทองทรายขาวปีนี้  ราคาช่วงแรกอาจสูง 150-180 บาทต่อกิโล ขึ้นอยู่กับการคัดเกรด ถ้าระดับพรีเมี่ยมคัดพิเศษจะแพงกว่าเกรดอื่นๆ ถ้าเป็นทุเรียนก้านยาวราคาลดลงมา ส่วนทุเรียนพวงมณี ,ทุเรียนกระจิ๊บ  ราคาระดับ 150บาท ส่วนทุเรียนพื้นเมืองหรือที่เรียกกันทุเรียนบ้านกิโลละ 50-60 บาท แต่คาดว่าช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ราคทุเรียนอาจเปลี่ยนแปลง เนื่องจากทุเรียนออกสู่ตลาดในปริมาณเยอะ

ปีนี้ตลาดทุเรียนทรายขาว ค่อนข้างคึกคักเหมือนทุกปี ส่วนกระแสภาพรวมเศรษฐกิจไม่ดี กำลังซื้อผู้บริโภคไม่กล้าใช้เงิน แต่ตลาดทุเรียนยังพอไปได้ ด้วยความที่ปีหนึ่งทุเรียนทรายขาวออกสู่ตลาดแค่ครั้งเดียว ลูกค้าต่างรอคอยที่อยากจะซื้อมาทานกัน ส่วนใหญ่ทุเรียนมีขนาดน้ำหนักตก2-3 กิโลกรัม ซึ่งตลาดหน้าอำเภอโคกโพธิ์ จะมีทั้งทุเรียนทรายขาว และทุเรียนนำมาจาก อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...