หน้าแรกข่าวล่าสุดดันบ้านกู่เมืองศรีสะเกษชุมชนต้นแบบ 1 ใน 10 “เที่ยวชุมชนยลวิถี” ระดับประเทศ

ดันบ้านกู่เมืองศรีสะเกษชุมชนต้นแบบ 1 ใน 10 “เที่ยวชุมชนยลวิถี” ระดับประเทศ

-

หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษตรวจประเมินเชิงประจักษ์ชุมชนบ้านกู่เพื่อคัดเลือกเป็นชุมชนต้นแบบ 1 ใน 10 “เที่ยวชุมชนยลวิถี” ในระดับประเทศ

นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจประเมินเชิงประจักษ์ ชุมชนบ้านกู่ ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อคัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในทุกมิติ ให้เป็นชุมชนต้นแบบ 1 ใน 10 “เที่ยวชุมชนยลวิถี” ระดับประเทศ จากการคัดเลือกระดับจังหวัดทั้งหมด 20 ชุมชน

ศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม

โดยมีนางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ นายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ นางวาสิตา น้อยพรหม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ ผู้แทนหน่วยงานราชการ และ เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน

นายพสิษฐ์ เจนพิทักษ์กุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกู่ พร้อมคณะกรรมการหมู่บ้านกู่ ได้ร่วมให้การต้อนรับ    ชุมชนบ้านกู่เป็นกลุ่มชาติพันธ์กูยที่มีการสร้างบ้านแปลงเมืองมากว่า 1,000.- ปี จึงถือว่ามีศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นอันโดดเด่น ที่บ่งชี้ถึงความเป็นชาติพันธ์กูยอย่างชัดเจนเป็นเชิงประจักษ์ ซึ่งภาครัฐ ฝ่ายท้องที่ท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จึงได้จับมือพัฒนาต่อยอดเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนร่วมกันอย่างยั่งยืน ภายใต้หลัก“บวร” จนได้รับการคัดเลือกเป็นชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในระดับจังหวัด และ ผ่านการประกวดจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ เป็น 1 ใน  20 จังหวัด

ซึ่งคณะกรรมการในระดับประเทศจะได้ร่วมพิจารณาคัดเลือกว่าจะผ่านเข้ารอบเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “หรือไม่อย่างไรจากทั่วทุกภูมิภาค ชุมชนบ้านกู่นับเป็นกลุ่มชาติพันธ์กูย ที่คงมีอัตลักษณ์เฉพาะและโดดเด่นในวิถีความเป็นกูยที่มีความเข้มแข็งมาก พร้อมกับมีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ อีกทั้งยังมีการพัฒนาต่อยอดและขยายผลความสำเร็จเชื่อมเป็นภาคีเครือข่ายในชุมชนร่วมกัน

ที่สำคัญ ต่างยึดมั่นชาติ ศาสน์ พระมหากษัตริย์ ควบคู่การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในทุกครัวเรือน จึงนำมาซึ่งความอยู่ดีมีสุข ตามวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงาม พร้อมรองรับการท่องเที่ยววิถีชุมชน สู่การสร้างรายได้ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอีกด้วย

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...