หน้าแรกข่าวล่าสุด" โอสถสภา" ไม่ทิ้งเกษตรไทย สั่งเงาะ2ตัน รับลูกรัฐบาลสร้างศก.ยั่งยืน

” โอสถสภา” ไม่ทิ้งเกษตรไทย สั่งเงาะ2ตัน รับลูกรัฐบาลสร้างศก.ยั่งยืน

-

โอสถสภาสนับสนุนเกษตรกรไทย รับซื้อเงาะล้นตลาด 2 ตันตามนโยบายรัฐ เดินหน้าสร้างเศรษฐกิจและสังคมยั่งยืน

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ร่วมขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐในการช่วยเหลือเกษตรกรไทยช่วงผลไม้ล้นตลาด ตอบรับความร่วมมือจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ด้วยการรับซื้อเงาะจำนวน 2 ตันโดยตรงจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่แหล่งผลิต เพื่อช่วยสร้างรายได้ที่เป็นธรรมและลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง  ในโอกาสนี้ คุณประธาน ไชยประสิทธิ์ รองประธานคณะกรรมการบริหารอาวุโส และคุณวรรณิภา ภักดีบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทรับมอบเงาะจากคุณญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ณ สำนักงานใหญ่ โอสถสภา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนเกษตรกร

ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนของทุกปี ถือเป็นฤดูที่ผลไม้ไทยหลากชนิดอาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง และลำไย ออกสู่ตลาดพร้อมกันในปริมาณมากทำให้เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ และเกษตรกรประสบปัญหาในการจำหน่ายผลผลิต ตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และลดผลกระทบต่อเกษตรกร  โอสถสภาจึงร่วมเป็นหนึ่งในภาคเอกชนที่ขับเคลื่อนโครงการฯ

โดยสนับสนุนการจัดซื้อผลไม้โดยตรงจากเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อร่วมสร้างระบบตลาดที่เป็นธรรมและยั่งยืนในระยะยาว การสนับสนุนในครั้งนี้สอดคล้องกับแผนพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและสังคมของโอสถสภา ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (Creating Shared Value) และเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแรง ผ่านกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่บริษัทดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

โอสถสภายังคงยึดมั่นในบทบาทของภาคเอกชนที่เติบโตควบคู่กับสังคมไทย มุ่งสร้างการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน เกษตรกร และสังคม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...