หน้าแรกข่าวล่าสุดตลาดโรงเกลือซบเซาหนัก พ่อค้าแม่ค้ากัมพูชาแห่กลับบ้าน

ตลาดโรงเกลือซบเซาหนัก พ่อค้าแม่ค้ากัมพูชาแห่กลับบ้าน

-

สระแก้ว- ตลาดโรงเกลือ  เงียบเหงาสุดๆ พ่อค้า-แม่ค้าชาวกัมพูชาทยอยเก็บข้าวของ-เพ็กสินค้าขนกลับประเทศ หลายร้านปิดประตูเงียบ บางร้านมีเพียงเจ้าของนั่งเฝ้าสินค้ายอมรับโชคชะตาหากินลำบากเพราะผู้นำตระกูลฮุน

บรรยากาศตลาดโรงเกลือ ศูนย์กลางการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สระแก้ว พบว่าเงียบเหงาสุดๆ พ่อค้า-แม่ค้าเขมร ทยอยเก็บข้าวของบรรจุลงลังและเพ็กสินค้าเตรียมขนกลับประเทศ หลายร้านปิดประตูเงียบ บางร้านมีเพียงเจ้าของนั่งเฝ้าสินค้า ยอมรับชะตากรรมทำหากินลำบากเพราะความคิดผู้นำของตนเอง

ขณะที่ธุรกิจรถเช่ารายได้วูบจากหลักพันเหลือหลักร้อย พ่อค้าแม่ค้า บางกลุ่มยืนจับกลุ่มพูดคุยกันด้วยความไม่สบายใจ

นายฮอง” อายุ 18 ปี พ่อค้าชาวกัมพูชา พูดด้วยสีหน้ากังวลใจว่าทุกคนในตลาดโรงเกลือกลัวว่าจะมีการปิดด่านจริงๆ จึงไม่กล้าออกมาขายของ

ส่วนพ่อค้าขายรองเท้ารายรายหนึ่งกล่าวว่า ตนเองมีความผูกพันต่อพื้นที่และไม่อยากให้ทะเลาะกัน ที่สำคัญคนกัมพูชาอยู่กับคนไทยมานานเหมือนญาติ เหมือนพี่น้องกัน และยังเชื่อมั่นว่าคนไทยจะไม่ไล่พวกตนอย่างแน่นอน

และอยากให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วเพื่อที่จะได้กลับมาค้าขายเหมือนเดิ,

“นอกจากพ่อค้าแม่ค้าแล้ว สถานการณ์ความไม่แน่นอน ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจบริการ โดยเฉพาะ ธุรกิจรถเช่าในพื้นที่อรัญประเทศ ที่เคยคึกคัก จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา ที่นิยมเดินทางเข้าออกตลาดโรงเกลือ จนมีรายได้เฉลี่ยต่อวันประมาณ 3,000-4,000 บาท ต่อคัน แต่วันนี้กลับลดลง เหลือเพียงวันละ 300-400 บาทเท่า

เจ้าของกิจการรถเช่ารายหนึ่งเผยว่าหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อเช่นนี้ก็คงต้องหยุดกิจการชั่วคราว ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างจับตามองผลการเจรจาJBC ระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ

พร้อมวิงวอนให้ทั้งสองฝ่ายรักษาความสัมพันธ์ อันดีและยุติความขัดแย้ง เพื่อความสงบสุขของประชาชน ที่อยู่ชายแดนทั้ง 2ฝั่​งเทศ” ชาวกัมพูชา​กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...