หน้าแรกข่าวล่าสุดเคล็ดลับซื้อทุเรียนกินช่วงต้นฝน-กลางฝน รสชาติแตกต่างกันอย่างไร?

เคล็ดลับซื้อทุเรียนกินช่วงต้นฝน-กลางฝน รสชาติแตกต่างกันอย่างไร?

-

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน ช่วงก่อนเก็บผลผลิต ถ้าอยู่ในช่วงฝนตกชุก ทุเรียนก็จะมีเปลือกหนา รถก็จะอ่อนลงบางพลูอาจจะแกร็น เก็บมาบ่มก็จะสุกยาก

เมื่อซื้อมาแล้วห้ามตั้งไว้บนซีเมนต์ เพราะความชื้นจากซีเมนต์จะดูดซึมและสุกยากมาก ควรจะห่อไว้ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หรือว่าผ้า

รถของทุเรียนมีความแตกต่างลูกกับดินแดงหรือปลูกกับดินทราย ติดแต่ผลแหละรถก็จะแตกต่างกัน

คนจีนนั้นชอบกินทุเรียนแฉะที่มีรสฉุน

รสทุเรียนใต้ จันทบุรี

และศรีสะเกษมีความแตกต่าง เหมือนกับรสเหล้าแต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกัน

รสบุหรี่ก็เช่นเดียวกัน

บุหรี่ อเมริกา เช่น marlboro lucky มีเส้นหยาบและรถฉุน

ชลบุรีอังกฤษเช่น DUNHILL ดันฮิลล์ จะมีเส้นละเอียดรถละมุน

เปรียบเทียบ ต้มข่าไก่ กับ ต้มยำไก่

แตกต่างเพียงต้มข่าไก่นั้นใส่กะทิมะพร้าวลงไป ทำให้รสชาติไม่จี๊ดจ๊าด คนไทยภาคกลางนั้นนิยมกิน

แต่คนภาคอีสานนั้นไม่ชอบกินกะทิ ต้องต้มยำไก่รสเด็ด

จังหวะเพลงก็ต้องสามช่า เร้าใจ ร้องให้เต็มเสียง รสนิยมของคนลานนา ส่วนคนล้านช้าง ต้องเสียงแผ่ว จังหวะเนิบ ทั้งที่เป็นเชื้อสายเผ่าพันธุ์เดียวกัน
แปลกไหม

ทุเรียนนั้นก็ลองซื้อกินดูว่า จะชอบรสไหนรสละมุนหรือรถจัดจ้าน รถฉุนหรือรถอ่อนก็แล้วแต่จะถนัด

เรียกต้นเดือนมิถุนายนผมไปเที่ยวเกาะช้างกับลูกหลาน

ขากลับมาแวะซื้อทุเรียนจันทบุรี ที่ตลาดทุเรียนริมถนนลูกสาวเป็นคนซื้อทุเรียนพรีเมี่ยมหนักประมาณเกือบ 4 กิโลกิโลละ 150 บาท ให้พ่อค้าเขาปอกเหลือแล้วก็มากินกันบนรถยนต์ ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติดี

ทุเรียนจันทบุรีจะออกผลผลิตก่อนทุเรียนศรีสะเกษ เป็นช่วงปลายฤดูแล้งเจริญเติบโตในช่วงที่ฝนยังไม่ตกชุกในเดือนพฤษภาคม ทุเรียนจึงไม่แคะแกร็น เพราะไม่โดนน้ำฝนมาก จึงมีคุณภาพดี รสฉุนถึงใจในรสนิยมของผมครับ

เสนาะ วรรักษ รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...