หน้าแรกข่าวล่าสุดยามเย็น !!! สะพายกระเป๋าเข้า “ตลาดกรูด” ที่นี่ขายของกินพื้นบ้านหาทานยาก

ยามเย็น !!! สะพายกระเป๋าเข้า “ตลาดกรูด” ที่นี่ขายของกินพื้นบ้านหาทานยาก

-

วิถีชีวิตยามเย็น คนปลายด้ามขวาน วันนี้พามาชมวิถีชุมชนคนขายของ  “หลาดกรูด” หรือ “ตลาดนัดมะกรูด” เทศบาลตำบลมะกรูด อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เป็นตลาดท้องถิ่น แบบบ้านบ้าน ที่มีวัฒนธรรมสองแบบไทยพุทธและมุสลิม ที่มาจับจ่ายใช้สอยในยามเย็นหลังเลิกงาน ซื้อของกับข้าวไปทำกินกับครอบครัวที่บ้าน

แม้ว่า ช่วงนี้สถานการณ์ชายแดนใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ปัตตานี ยังอึมครึม ประชาชนใช้ชีวิตประมาทไม่ได้ แต่เรื่องปากท้องต้องดูแล ชีวิตไม่สิ้น ต้องดิ้นต่อไป เสน่ห์ของ “ตลาดกรูด” จะเป็นแหล่งขายของกินแบบบ้านบ้าน ทั้งผักพื้นบ้าน อย่างผักกรูด ,สายบัว, ลูกเนียง โดยเฉพาะลูกสะตอแถว 3 จังหวัดชายแดนใต้ จะมีเมล็ดจะโตเหมาะสำหรับการนำมาผัด

ซึ่งต่างจากแถวชุมพร นครศรีฯ จะนิยมสะตอข้าว (เมล็ดขนาดเล็ก) ใช้ทานกับน้ำพริก  ช่วงหน้าฝนปีนี้สะตอจะออกผลเร็ว ตอนนี้เริ่มมีวางขายกันบ้างแล้ว นอกจากนี้ยังมียอดลำเพ็ง  (ผักท้องถิ่น) ที่ชอบขึ้นป่าร้อนชื้น  นิยมนำมาทำเมนูแกงเลียง จะอร่อยมาก รวมทั้ง “ผักกรูด” เอามาต้มราดกับกะทิ

ที่อยากจะแนะนำ นานทีปีครั้ง จะได้เจออาหารแปลกๆ อย่าง “ตัวอ่อนต่อหัวเสือ” แมลงร้ายแห่งผืนป่า อย่าให้แมลงตัวนี้ต่อยเด็ดขาด มีพิษสูงอาจโดนฝั่งเหล็กถึงกับเสียชีวิต แม่ค้านำมาขายถุงละ 150 บาท อีกอย่างหนึ่ง “ตัวอ่อนด้วงสาคู” และแมลงพลับ ที่ชอบอยู่บนยอดต้นยาร่วง (ต้นมะม่วงหิมพานต์) ของกินกับแก้ม ยอดฮิตชาวใต้ จะนิยมผัดมันเครื่องแกงยัดไส้ถั่ว

ที่ขาดไม่ได้ ประเภทผลไม้ที่ขึ้นชื่อของอ.โคกโพธิ์ “ทุเรียนทรายขาว” เริ่มออกมาวางขายในตลาดให้เห็นกันบ้างแล้ว มีทั้งพวงมณี กระจิ๊บ ชะนี ราคาตกโลละ150 บาท รวมทั้ง เงาะโรงเรียน ทรายขาว ยังถือว่าเป็นเงาะหลงฤดู และอีกไม่กี่เดือนเงาะโรงเรียนใต้ ทุเรียนออกมาขายกันเต็มตลาด

มนต์เสน่ห์ตลาดบ้านบ้านของคนโคกโพธิ์ ใครชอบของแปลก หาทานยาก แบบฉบับปักษ์ใต้ มาที่นี่มีหมด พกเงินร้อย ได้ของกินกลับบ้านเต็มถุง บอกเลยว่า แม่ค้าตลาดแห่งนี้ใจดี ต่อได้ ขายของถูก

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...