หน้าแรกข่าวล่าสุดอาหารประจำถิ่นตามฤดูกาลยอดขายพุ่งอึ่งไข่กก.ละ 450 บาท

อาหารประจำถิ่นตามฤดูกาลยอดขายพุ่งอึ่งไข่กก.ละ 450 บาท

-

ตลาดสดบางลำภูขอนแก่นคึกคัก ลูกค้าแห่ซื้อ อึ่งไข่-เห็ดเผาะ-บักแงว และลูกฮวก เนืองแน่น อาหารประจำถิ่นตามฤดูกาล พลาดปีนี้ต้องรอกินใหม่ปีหน้า

บรรยากาศการซื้อขายอาหารประจำถิ่น โดยเฉพาะที่ตลาดบางลำภู ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่นในระยะนี้เป็นช่วงเริ่มฤดูฝนทำให้อาหารพื้นถิ่นหลายชนิดเริ่มทยอยออกสู่ตลาดกันอย่างมาก ทำให้พ่อค้า แม่ค้าเร่งออกหาในพื้นที่ป่าสาธารณะ และป่าชุมชนเพื่อนำจำหน่าย โดยเฉพาะอึ่งไข่ เห็ดเผาะ และฮวก หรือตัวอ่อนกบ มีมาวางจำหน่ายกัน ถือเป็นอาหารประจำถิ่นที่มีเพียงปีละ 1 ครั้ง เท่านั้นใครพลาดต้องรอถึงปีหน้า

นางดวงใจ เพ็งวิชัย อายุ 65 ปี ชาว อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น แม่ค้าอาหารประจำถิ่นประจำตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น บอกว่า ช่วงนี้ของพื้นถิ่นที่ออกช่วงฤดูฝนจะมี อึ่งไข่ ,ไข่ผำ ,บักแงว หรือชาวบ้านเรียกว่าลิ้นจี่ป่า ,หน่อไม้ ,เห็ดเผาะ ,ดอกกระเจียว แต่ที่ขายดีมากช่วงนี้จะเป็นอึ่งไข่ตก กก.ละ 450 บาท

” ร้านได้อึ่งไข่มาขายแต่ละวันไม่ต่ำกว่าวันละ 15 กก. ยิ่งช่วงนี้ฝนตกใหม่ๆ อึ่งจะออกมามากเป็นพิเศษ ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบอาหารประจำถิ่นจะนิยมนำไปต้มใส่ใบมะขามอ่อน และอีกหนึ่งอย่างที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือเห็ดเผาะ มีราคาที่สูงถึง กก. 600 บาท ส่วนฮวกหรือลูกกบก็ได้รับความนิยมเช่นกัน ซึ่งร้านนำมาเริ่มต้นขายจานละ 20-100 บาทแล้วแต่ลูกค้าสั่ง” นางดวงใจ

นางดวงใจ กล่าวต่ออีกว่าตลาดเช้าช่วงนี้จะคึกคักมากเป็นพิเศษเพราะช่วงฤดูฝนแบบนี้คนจะรู้กันว่าอาหารพื้นถิ่นชนิดต่างๆจะเริ่มออกมาเยอะและเป็นอาหารที่หากินได้เพียงปีละ 1 ครั้ง  จึงออกมาเลือกเดินจับจ่ายกันมากและถ้ามาสายจะหมดอีกทั้งอาหารบางอย่างจะออกผลผลิตเพียง 1-2 เดือนเท่านั้นถ้าไม่มาหากินช่วงนี้จะเสียใจรอไปถึงปีหน้าเลยทีเดียว

โดย…: จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...