Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดที่สุดในโลก!ขบวนแห่บายศรี “ใหญ่ ยักษ์ ยาว ”ถวายเจ้าพ่อพญาแล

ที่สุดในโลก!ขบวนแห่บายศรี “ใหญ่ ยักษ์ ยาว ”ถวายเจ้าพ่อพญาแล

-

ประเพณีที่จังหวัดชัยภูมิ ที่แสนจะสุดคึกคักเป็นประวัติการณ์! ที่รวมพลังศรัทธา ประชาชนหลายหมื่น ร่วมขบวนแห่พานบายศรียักษ์ ยาวที่สุดในโลก ถวายดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ “เจ้าพ่อพญาแล” เจ้าเมืองคนแรกแห่งเมืองชัยภูมิ งานบุญเดือน 6 ปีนี้สะเทือนทั้งเมือง! ขบวนรถแห่กว่า 124 คัน เสียงเพลงลั่นสนั่น พร้อมฟ้อนรำสนุกสุดเหวี่ยงในชุดผ้าไหมสีเหลืองสะท้อนแดดอีสาน

นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาด รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นำคณะข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ชาวจังหวัดชัยภูมิร่วมพิธีปล่อยขบวนรถแห่บายศรี ของส่วนราชการ ภาคเอก และชุมชน ณ บริเวณถนนคนเดินเทศบาลฯ ผ่านรอบใจกลางเมือง ไปที่งานประเพณีบุญเดือน 6 ณ ศาลเจ้าพ่อพญาแล

ปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ชาวบ้านจากทุกอำเภอร่วมใจกันส่งพานบายศรีเข้าประกวดถึง 33 พาน และร่วมขบวนแห่อีกกว่า 44 ขบวน รวมทั้งสิ้น 77 ขบวน! ขนาดสูงตั้งแต่ 2 ถึง 5 เมตร ใช้วัสดุธรรมชาติ บรรจงประดิษฐ์สุดวิจิตรอลังการ

โดยขบวนเริ่มต้นจากถนนคนเดินเทศบาลเมืองชัยภูมิ มุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าพ่อพญาแล บ้านหนองปลาเฒ่า ระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร ผ่านถนนสนามบิน-ชัยประสิทธิ์-กลางเมือง ผู้ร่วมแห่นับหมื่นคนฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางเสียงเพลงจากรถแห่เครื่องเสียงตั้งแต่ 6 ล้อ ไปจนถึง 18 ล้อ รวมกว่า 124 คัน

ภายในขบวนยังจัดเต็มด้วยขบวนศิลปะพื้นบ้านหมอลำซิ่ง การละเล่นพื้นถิ่นอีสาน แสดงวิถีชีวิต เช่น การแย่ไข่มดแดง และขบวนฟ้อนรำหัวหมูแก้บน ขันห้า ขันแปด พร้อมการบวงสรวงเจ้าพ่ออย่างยิ่งใหญ่

นักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศแห่ชม ขบวนแห่ที่ยาวเหยียดจน “หัวขบวนถึงศาล ท้ายขบวนยังไม่ออก” ประทับใจในความยิ่งใหญ่ของศรัทธาชาวชัยภูมิที่พร้อมใจจัดงานถวายพญาแล — ผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ ครบรอบ 208 ปีแห่งความจงรักภักดีต่อแผ่นดิน

งานนี้ไม่เพียงแค่อลังการ แต่ยังสะท้อนพลังใจอันยิ่งใหญ่ของลูกหลานเจ้าพ่อพญาแล ที่พร้อมสืบสานประเพณีและส่งต่อคุณงามความดีจากรุ่นสู่รุ่น สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับแผ่นดินผู้กล้าแห่งเมืองชัยภูมิอย่างแท้จริง!

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...