หน้าแรกข่าวล่าสุดหมวกแก๊ปทำเงิน “บังฮาลัง” จากพ่อค้าขายเสื้อผ้า พลิกชีวิตขายหมวกแฟชั่น

หมวกแก๊ปทำเงิน “บังฮาลัง” จากพ่อค้าขายเสื้อผ้า พลิกชีวิตขายหมวกแฟชั่น

-

“อาชีพขายเสื้อผ้ามือสอง” แถบจังหวัดชายแดนใต้ กลายเป็นอาชีพที่คนหนุ่มสาว วัยรุ่นให้ความสนใจมาเป็นพ่อค้ากันไม่น้อย บางคนพลิกชีวิตสามารถสร้างเนื้อ สร้างตัวกับขายสินค้ามือสองได้อย่างสบาย สามารถทำเงินหล่อเลี้ยงครอบครัวเล็กๆ ยิ่งในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและยะลา เป็นที่รู้ๆกันดีว่า เป็นแหล่งเปิดกระสอบพ่อค้าเสื้อผ้า กางเกง หมวก รองเท้า ที่นำมาจากทางเรือต่างประเทศ มาขึ้นท่าเรือเล็กๆที่ยะหริ่งให้เห็นกันในอดีต

ยุคหลังๆมานี้ ท่ามกลางโลกธุรกิจเสื้อผ้ามือสองมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นขุมทรัพย์ใหญ่ที่มีเม็ดเงินพุ่งสะพัดมากมาย จนพักหลังๆมานี้ แถบชายแดนไทย-กัมพูชา  แถวตลาดโรงเกลือ กลายเป็นแหล่งใหญ่เปิดกระสอบธุรกิจเสื้อผ้ามือสองอีกแหล่งหนึ่ง ส่งผลให้พ่อค้าในย่านกรุงเทพฯ เดินทางไม่ไกลที่จะไปคัดเลือกสินค้ามาขายตามตลาดเปิดท้าย ตลาดชุมชน วันนี้สินค้ามือสองขึ้นห้าง พ่อค้าชายแดนเปิดร้านขายกันตามห้างพันทิป บางกะปิ และย่านงามวงศ์วาน

ขณะเดียวกัน ตลาดเสื้อผ้ามือสอง แหล่งใหญ่ที่ขายกันมายาวนาน แถวตลาดรูสะมิแล ข้างมอ.ปัตตานี และตลาดต้นมะพร้าว ยะลา ที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักของบรรดานักช้อปต่างถิ่น นักเล่นของ พ่อค้า มีทั้งพ่อค้ามาจากกรุงเทพ เพื่อคัดของไปขายผ่านออนไลน์และตลาดนัดจัตุจักร

บังฮาลัง พ่อค้าขายหมวกแคก๊ป ย่านตลาดรูสะมิแล กล่าวว่า เมื่อช่วง20 ปีก่อน  ตนเคยขายเสื้อผ้ามือสองมาก่อน จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อน จึงหันมาเปลี่ยนขายหมวกแก๊ปแทน ซึ่งมีพ่อค้ามีไม่เยอะมาก ซึ่งสินค้าคัดมาจากระสอบ แต่คุณภาพเกรดดีกว่า ลูกค้าที่ชอบหมวกแฟชั่น นักกีฬา หมวกสายทหารอเมริกัน หมวกนักแข่ง จะมีสินค้าที่หลากหลายให้เลือกในร้าน ราคามีตั้งแต่หลักร้อนถึงหลักพัน (อยู่กับแฟชั่นสมัยนิยมและความเก่า) และอีกกลุ่มหนึ่ง พวกชอบสะสมหมวดเก่า

ปัจจุบันตลาดโดยรวมยังพอไปได้ อย่างสัปดาห์หนึ่งๆ ที่ออกตระเวนขายตามตลาดนัดสวนมะพร้าว ที่ยะลาช่วงวันเสาร์ พอวันอาทิตย์มาขายที่ตลาดรูสะมิแล ปัตตานี และกลางสัปดาห์ขายที่ตลาดนัดป่าไร่ บางสัปดาห์ขายดีมาก แต่พักหลังๆภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ลูกค้ามาช้อปหมวกน้อยลง แต่ยังกลุ่มนักศึกษา ลูกค้าประจำ นักปั่นจักรยานมาเลือกซื้อสินค้าอยู่เรื่อยๆ

“สินค้าต่างจากร้านอื่นๆ ตรงที่มีหมวกให้เลือกทุกแนว และสินค้าค่อนข้างคัดเกรดดีๆมาขายลูกค้า ราคาจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สอดรับคุณภาพ ส่วนใหญ่ลูกค้าขาประจำมาซื้อกันไปฝากเพื่อนๆบ้าง เพราะว่าถ้าหากลูกค้าไปเจอหมวกแบรนด์ดังๆราคาข้างนอกสูงมาก แต่ที่ร้านเป็นสินค้ามือสองหลักร้อยเท่านั้น บางคนมากันซื้อ 2-3ใบต่อครั้ง”

ธุรกิจขายหมวกไม่มีตกรุ่น ขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้า แต่การขายหมวกจะเหนื่อยเล็กน้อย เพราะแต่ละวันที่นำสินค้าไปวางขาย ต้องจัดหน้าร้านให้สวยงาม แขวนหมวกให้เรียบร้อย ดูมีสีสันสะดุดตา  ขณะที่เสื้อผ้า นำมากองขาย ใส่ไม้แขวนโชว์ลูกค้าเท่านั้น บางวันต้องจัดร้านนานร่วมชั่วโมง

ซึ่งตนอยู่ในวงการขายสินค้ามือสองมายาวนาน 20 กว่าปี สามารถสร้างรากฐานชีวิตได้ระดับหนึ่ง อีกอย่าง เป็นคนปัตตานี ไม่ต้องเดินทางไกลไปขายข้ามต่างจังหวัด แค่ขับรถยะลา ปัตตานีถือว่าไม่ไกลมากนัก

สำหรับตลาดสินค้ามือสองยุคนี้ อาจไม่หวือหวาเหมือนในอดีต เนื่องจากพ่อค้าใหม่ๆเกิดขึ้นเยอะ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด  ต่างยุคก่อนๆจะหาซื้อสินค้าดีๆต้องมาเลือกที่ตลาดนัดยะลา และปัตตานีเท่านั้น จะได้ของติดไม้ ติดมือกลับ บ้านไปฝากเพื่อนได้ เแต่ปัจจุบันตลาดออนไลน์ มีพ่อค้ามาคัดเลือกไปขายกันเยอะ ทำให้ตลาดแข่งขันกันสูง ประกอบการใช้เงินลูกค้าเริ่มประหยัดมากขึ้น

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...