Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดคนพัทลุงแห่ปลูกปาล์มน้ำมันทำพื้นที่นาเหลือ 6 หมื่นไร่

คนพัทลุงแห่ปลูกปาล์มน้ำมันทำพื้นที่นาเหลือ 6 หมื่นไร่

-

ชาวนาภาคใต้พื้นที่ทำนาทยอยลดลง พัทลุงจากกว่า 100,000 ไร่ เหลือ 60,000 ไร่ แปลงเป็นสวนปาล์มน้ำมัน เตรียมยกร่าง “พรบ.ชาวนา” พัทลุงเสนอเครื่องจักรปลอดภาษี ยุ้งฉางสต๊อกข้าว แนวโน้มชาวนาจะดีขึ้น ระบุ “ข้าวหลังน้ำ” ปี 68 คาดแนวโน้มเหลือ 5,000 บาท / ตัน ภาษีศุลกากรกรสหรัฐณฯพ่นใส่  ยกเว้นข้าวหอมปทุม มะลิ พื้นเมืองราคาคงกระพัน 10,000 กว่าบาท

นายสุภาพ มุสิกะศิริ  ประธนสภาเกษตรกรจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ชาวนาไทย ได้ยกร่างพระราชบัญญัติชาวนา ซึ่งได้มีการทำประชาพิจารณ์กับชาวนาทั่วประเทศ และถัดไปจะเดินทางมาทำประชาพิจารณ์ที่ จ.พัทลุง ประมาณเดือนพฤษภาคม 2568 เพื่อนำเสนอต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติแล้วนำเสนอต่อรัฐบาลพืจารณาดำเนินการเพื่อนำมาบังคับใช้ต่อไป

หลักการทำประชาพิจารณ์จะอยู่ที่จังหวัดภาคกลางเป็นจังหวัดพื้นที่ชาวนารายใหญ่ของประเทศ  และสำหรับ จ.พัทลุง จะมีการนำเสนอเรื่องต้นทุนการผลิต เช่น เครื่องจักรปลอดภาษี เป็นต้น เพราะเครื่องจักร โดยเฉพาะรถแทรกเตอร์จะมีต้นทุนที่สูง

นายสุภาพ กล่าวอีกว่า ส่วนภาวะการตลาดเรื่องราคาข้าวขณะนี้โดยข้าวหลังน้ำคาบเกี่ยวกับข้าวฤดูนาปรังซึ่งอยู่ระหว่างเก็บเกี่ยว ราคาได้ตกลงมากจากผลกระทบกับนโยบายภาษีศุลกากรสหรัฐ ส่งผลให้ข้าว กข.79 ตกลงมาเหลือประมาณ 5,500 บาท / ตัน และบางสายพันธุ์เหลือ 5,000 บาท / ตัน ส่วนหอมปทุมประมาณ 8,000 บาท / ตัน จากเดิม ส่วนข้าวหอมมะลิ ข้าวพันธุ์พื้นเมือง เล็บนก เฉี้ยง สังข์หยด ราคาไม่ได้ตกและกว่า 10,000 บาท ส่วนหอมปทุม ราคาก็ตกไม่มาก

“ข้าว กข.79  ฯลฯ จากที่ราคาดีมากประมาณ 8,000 บาท – 10,000 บาท  ตอนนี้เหลือ 5,500 บาท และบางพันธุ์แนวโน้มเหลือ 5,000 บาท / ตัน”

นายสุภาพ กล่าวอีกว่า ขณะที่ราคาข้าวปรับตัวลดลงแต่สินค้าปัจจัยที่ทำนากลับราคาคงที่และเพิ่มขึ้น เช่น ราคาปุ๋ย 850 บาท และ 950 บาท / กระสอบ ได้มีการปรับตัวกระสอบละ 20 บาท และ 30 บาท จะขึ้นอยู่กับแต่ละยี้ห้อปุ๋ย และจากราคาที่ถดถอยลงในฤดูกาลนี้นาปี น่าจะมีการทำลดลง เพราะได้รับทราบจากเครือข่ายชาวนาทางภาคกลางบางรายว่าจะชะลอ เพราะลงทุนทำไปอาจจะกระทบและขาดทุน

นายสุภาพ กล่าวต่อว่า ต้นทุนการผลิตทำนา จ.พัทลุง ประมาณ 3,500 บาท / ไร่ เช่น ค่าปุ๋ย รถจักรไถนา ค่าแรงทำนา  400 บาท / วัน และอัตราค่าแรงงานแม้ว่าจะสูงก็ตาม แต่แรงงานทำนาจะหายากมากคนุร่นใหม่ไม่ทำการเกษตร โดยคนร่นเก่า อนุรักษ์นาก็ทยอยหดตัวไป

“แต่ถึงอย่างไรก็ค่อนข้างจะดีขึ้นเรื่องขาดแคลนแรงงานเนื่องจากมีเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน เช่น โดรน ในการหว่านปุ๋ย หว่านข้าว  ฯลฯ  และราคาจะต่ำกว่าใช้แรงงาน เช่น หว่านข้าว 80 บาท / ไร่  หากแรงงาน 100 บาท / กระสอบ”

นายสุภาพ กล่าวอีกว่า แนวโน้มการทำนาหากมีราคาที่ไม่จูงใจ พื้นที่ทำนาภาคใต้ก็จะทอยลดลง เช่น จ.พัทลุง จากหลายแสนไร่ตอนนี้เหลือประมาณ 60,000 ไร่ พื้นที่ทำนาได้แปรสภาพเป็นพื้นที่ปาล์มน้ำมันจากราคาที่จูงใจกว่า ทางภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.พัทลุง ภายในจังหวัดจะมีข้าวไม่พอต่อการบริโภค ต้องมีการนำเข้าเข้าสู่โรงสีข้าวเป็นล๊อตใหญ่ขนาดรถรรทุกพ่วง

“ให้ชาวนาอยู่ได้ต้องมีแรงจูงใจการทำนา จะต้องราคาประมาณ 10,000 บาท / ตัน”  นายสุภาพ กล่าว และว่า

คือชาวนาต้องมีต้นทุนที่ไม่สูงคือการมีอุปกรณ์ทำนาสนับสนุน เช่น เครื่องจักร มียุ้งฉางกักเก็บข้าว ยุ้งฉางเป็นกลไกสำคัญเมื่อเวลาราคาข้าวตกต่ำ จะสามารถเก็บสต๊อกไว้คอยออกขายเมื่อได้ราคาเหมาะสม

“หากชาวนามีต้นทุนต่ำไม่แตกต่างกับชาวนาประเทศอินเดีย และประเทศเวียดนาม ชาวนาไทยจะอยู่ได้และข้าวไทยจะสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ดี”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...