หน้าแรกข่าวล่าสุดปี'68 พุ่งทะลุ 3 แสนล้าน “สินค้าสไตล์ไทย” ดังไกลในตลาดโลก

ปี’68 พุ่งทะลุ 3 แสนล้าน “สินค้าสไตล์ไทย” ดังไกลในตลาดโลก

-

ปัจจุบันสินค้ากลุ่ม SMEs จากฝีมือชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นทั่วไทย ถือว่าเป็นตัวขับเคลื่นเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่ง มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากมีการจ้างงานกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ สามารถส่งออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศปี 2567 ที่ผ่านมา สร้างรายได้ทะลุ 9,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.29 และในปี 2568 นี้ คาดว่าน่าจะมีมูลคาการส่งออกสูง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าไลฟสไตล์และแฟชั่น ยุคนี้เป็นหนึ่งในแผนผลักดันสำคัญตานโยบายส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หลายๆหน่วยงานรัฐทั้งอย่างกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานอีกมากมาย ต่างเร่งส่งเสริมฝีมือคนไทยได้หันมาพัฒนาสินค้า สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆทั้งเรื่องเทคโนโลยี การขายออนไลน์ การออกแบบ เพื่อให้ทันกับกระแสแฟชั่นยุคใหม่ จนทำให้สินค้าไทยสมัยนี้  เป็นที่นิยมในต่างประเทศ ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น  จิลเวลรี่ สิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆ

จุดเด่นสินค้าไทย ในเรื่องการออกแบบ การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่มีฝีมือประณีตในการผลิต มีความคิดสร้างสรรค์ตามแนวคิดแบบไทยๆ อีกทั้ง ยังใส่ใจผลิตสินค้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ให้ความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนจากฝีมือชาวบ้าน สามารถผลิตสินค้าขึ้นห้างดังทั่วโลก

ที่น่าสนใจ ประเทศไทยมีเอกลักษณ์ด้านศิลปะวัฒนธรรมประจำถิ่นที่มีความโดดเด่น สิ่งเหล่านี้ถูกถ่ายทอดเรื่องราวลงไปในการผลิตเครื่องประดับ ของใช้ ตกแต่งบ้าน แฟชั่นเครื่องแต่งกาย ที่มีความหลากหลาย สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับแต่ละประเทศได้อย่างลงตัว ทำให้มีความทันสมัยและเข้ากับการใช้ในชีวิตประจำวันของชาวต่างชาติได้อย่างลงตัว

ไม่แปลกใจ สถานการณ์การส่งออกกลุ่มสินค้าไลฟสไตล์และกลุ่มแฟชั่นปี 2567 ที่ผ่านมาพบว่า ไทยมีมูลค่าการส่งออกคิดเป็นมูลค่ากว่า 9,744.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกลุ่มสินค้าไลฟสไตล์ ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์  เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ของขวัญและของชำร่วย ของเล่น ,สิ่งทอ และเครื่องเขียน มีมูลค่าการส่งออก 3,484.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีการขยายตัว 6.97 เปอร์เซ็นต์  ขณะที่กลุ่มแฟชั่น ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม ผ้าผืนและเส้นด้าย เครื่องหนัง เครื่องกีฬา มีมูลค่าการส่งออก 6,260.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 2.86 เปอร์เซ็นต์ โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร อินเดีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...