Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“พุทธเกษตร ส้มโอดี ลิ้นจี่หวาน”ยกสวนผลไม้มาขายที่วัดอินทาราม

“พุทธเกษตร ส้มโอดี ลิ้นจี่หวาน”ยกสวนผลไม้มาขายที่วัดอินทาราม

-

สมุทรสงคราม ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพดีกว่าหลาย จังหวัดในภาคตะวันตก เพราะสามารถปลูกลิ้นจี่ให้รสชาติดีได้ เนื่องจากสภาพพื้นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีน้ำที่มีลักษณะลักจืดลักเค็มหรือน้ำกร่อยเพราะอยู่ติดทะเลจึงมีผลทำให้ลิ้นจี่มีรสชาติหวาน หอม เนื้อหนา และแห้ง เมล็ดเล็ก ถือเป็นคุณสมบัติพิเศษซึ่งผิดกับลิ้นจี่จากที่อื่นๆ นอกจากรสชาติดีเป็นที่ยอมรับแล้วสีสันของเปลือกลิ้นจี่ก็ยังแดงสวยงามทำให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้นด้วย

พระเมธีวัชรประชาทร (ผศ.ดร.หลวงพ่อแดง นันทิโย) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดอินทาราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่าเนื่องจากปีนี้ลิ้นจี่ของ จ.สมุทรสงครามให้ผลผลิตจำนวนมาก คาดว่าไม่น้อยกว่า 3,500 ตันหากไม่มีการจัดงานสนับสนุนการจำหน่ายช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนก็เชื่อว่าลิ้นจี่จะล้นตลาดและราคาตกต่ำแน่

วัดอินทารามจึงเปิดพื้นที่ของวัดเป็นตลาดกลางช่วยเหลือเกษตรกรระบายผลผลิตโดยให้ชาวสวน นอกจากนำลิ้นจี่มาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคทั้งขายปลีกและขายส่งแล้ว ยังมีส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลไม้รสดีขึ้นชื่อของจ.สมุทรสงครามซึ่งช่วงนี้หน้าแล้งให้รสชาติดีที่สุดในรอบปีให้ได้ออกสู่ตลาดถึงมือผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ด้วยการจัดงาน “พุทธเกษตร ส้มโอดี ลิ้นจี่หวาน” ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2568 ที่บริเวณอาคารเอนกประสงค์ภายในวัดอินทาราม

นอกจากลิ้นจี่ส้มโอแล้วในงานยังมีพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ เช่น มะม่วง กล้วยน้ำว้า มะละกอ มะพร้าวน้ำหอม ฯลฯ ที่ชาวสวนปลูกเองนำผลผลิตมาขายโดยทางวัดไม่ได้เก็บค่าสถานที่ ราคาจึงถูกกว่าตามท้องตลาด และเนื่องจาก ต.เหมืองใหม่ ต.แควอ้อม อ.อัมพวา เป็นแหล่งผลิตลิ้นจี่ที่มีชื่อเสียงมานาน จึงทําให้น้ำผึ้งที่ได้จากเกสรลิ้นจี่เป็นน้ำที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ และวัดอินทารามก็ซื้อน้ำผึ้งจากผู้เลี้ยงผึ้งช่วงที่ลิ้นจี่ออกดอกเพื่อแจกญาติโยมและจำหน่าย ขวดเล็กราคาเพียง 50 บาท และขวดใหญ่ราคา 120 บาทเท่านั้น

สำหรับวันที่ 10 เม.ย.ซึ่งเป็นวันเปิดงาน นางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม จะมาปรุงแกงเขียวหวานเป็ดย่างใส่ลิ้นจี่เป็นปฐมฤกษ์ จากนั้นจะมีการประกวดการปรุงแกงเขียวหวานเป็ดย่างใส่ลิ้นจี่รสอร่อยจากแม่ครัวทั่วไป ชิงเงินรางวัลชนะเลิศ 10,000 บาท 7,000 บาท และ 5,000 บาทตามลำดับ ผู้สนใจสมัครเข้าแข่งขันทีมละ 3 คน รับสมัครไม่จำกัดจำนวนทีม เพศ และอายุ เพียงแต่ต้องใช้เตาถ่านในการปรุงเท่านั้น ห้ามใช้เตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า ทุกทีมที่เข้าแข่งขันทางวัดมีค่าใช้จ่ายให้เป็นค่าวัตถุดิบทีมละ 2,000 บาท

และหลังจากเปิดงานแล้ว ทุกวันนักท่องเที่ยวจะได้ชิมแกงเขียวหวานเป็ดย่างใส่ลิ้นจี่พร้อมข้าวสวย ขนมจีนและไอศกรีมลิ้นจี่ ที่ทางวัดจัดเตรียมให้ผู้ที่มาร่วมงานได้รับประทานฟรีคนละ 1 อิ่ม นอกจากนี้ทางวัดอินทาราม ยังมีแม่ครัวฝีมือดีทำขนมไทยโบราณจำหน่าย เช่น บ้าบิ่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน และสังขยามะพร้าวอ่อน แบบสุกใหม่ๆขึ้นจากเตาให้ได้ซื้อกลับบ้านในราคาถูกเพื่อนำรายได้เข้าวัดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.หลวงพ่อแดงฯ บอกด้วยว่าผู้ที่มาวัดอินทารามแล้วพลาดไม่ได้คือการทำบุญกราบไหว้นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด เช่น หลวงพ่อโตในอุโบสถมหาอุด มีประตูเข้าออกทางเดียว อายุกว่า 300 ปี และการเดินลอดใต้อุโบสถ์หินอ่อนหลังใหม่เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลชีวิต สะเดาะเคราะห์ แก้ปีชง พร้อมสักการะขอพรหลวงพ่อรวย และชมพระอริยสงฆ์ 1,250 องค์แห่งเดียวใน จ.สมุทรสงคราม อีกทั้งให้อาหารฝูงปลาตะเพียนที่บริเวณท่าน้ำหน้าวัดในคลองแควอ้อม ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติอีกนับแสนตัวด้วย

จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจไปเที่ยวงาน “พุทธเกษตรส้มโอดี ลิ้นจี่หวาน” เลือกซื้อส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่และลิ้นจี่พันธุ์ค่อมรสอร่อยและพันธุ์อื่นๆ เช่น พันธุ์กระโหลก พันธุ์ไทย พันธุ์จีนแดง พันธุ์สำเภาแก้ว ฯลฯ มีทั้งขายปลีกและขายส่งจากเกษตรกรชาวสวนในราคายุติธรรม ที่สำคัญจะไม่มีลิ้นจี่จากนอกพื้นที่เข้ามาจำหน่ายปลอมปนแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นตลาดกลางที่ทางวัดอินทารามเปิดให้ชาวสวนในพื้นที่นำผลผลิตมาจำหน่ายเองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางและไม่ต้องเสียค่าสถานที่

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...