หน้าแรกข่าวล่าสุดปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม ฟื้นฟูระบบนิเวศ“แม่น้ำบางปะกง”

ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม ฟื้นฟูระบบนิเวศ“แม่น้ำบางปะกง”

-

“อิทธิ”รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม ฟื้นฟูระบบนิเวศ เติมความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำ “แม่น้ำบางปะกง”

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เป็นประธานเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ ในแม่น้ำบางปะกงและคลองสาขา จ.ฉะเชิงเทรา โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในพื้นที่ 2 แห่ง คือ วัดสามร่ม ต.บางเล่า อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา และวัดเตาเหล็ก ต.พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี นายภูผา ลิกค์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง นายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประมงจังหวัด สมาคมกุ้งตะวันออกไทย หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วม

รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง มีแนวทางในการเร่งเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ฟื้นฟูทรัพยากรประมง มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน ให้คงความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งน้ำในชุมชนที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำคัญที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สามารถสร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี โดยกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้นจัดขึ้น เพื่อฟื้นฟูสร้างความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ ให้กลับคืนมายังแม่น้ำบางปะกง และคลองสาขาต่างๆ สำหรับพันธุ์กุ้งก้ามกรามที่นำมาปล่อยในวันนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,010,000 ตัว  ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการประมงน้ำจืดตาก

นายอิทธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กรมประมงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการทรัพยากรประมง กิจกรรมบริหารจัดการทรัพยากรประมงน้ำจืด การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย ประจำปี 2568 โดยคัดเลือกแหล่งน้ำที่มีความเหมาะสม ขนาด 10 – 60 ไร่ จำนวน 1,500 แห่ง ทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะมีการปล่อยสัตว์น้ำต่างๆ ทั้งหมด 7 ชนิด ได้แก่ พันธ์ุกุ้งก้ามกราม ลูกปลายี่สกเทศ ลูกปลาเกล็ดเงิน (ปลาจีน) ลูกปลาตะเพียนขาว ลูกปลาบ้า ลูกปลานิล และลูกปลาบึก แห่งละ 77,600 ตัว รวมทั้งประเทศ จำนวน 116,400,000 ตัว  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจเหล่านี้ ได้เป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยรอบ และร่วมกันบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

สำหรับจังหวัดฉะเชิงเทรา มีแหล่งน้ำที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 33 แห่ง ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสนามชัยเขต อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอพนมสารคาม และอำเภอบ้านโพธิ์ พันธุ์สัตว์น้ำที่นำมาปล่อยทั้งสิ้น 2.5 ล้านตัว

“การจัดกิจกรรมปล่อยกุ้งก้ามกรามในวันนี้ นอกจากเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์กลับคืนให้กับแม่น้ำบางปะกง และคลองสาขาต่างๆ แล้ว ยังเป็นแหล่งสร้างรายได้จากการทำประมงในแหล่งน้ำ จำหน่ายในชุมชนและจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ซึ่งถือป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจประมงในพื้นที่ของจังหวัดฉะเชิงเทรา และการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง” รมช.อิทธิ กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...