หน้าแรกข่าวล่าสุดปลูกองุ่นริมเขื่อนลำแชะ ผลดกเต็มสวน ตัดขายปีแรกรายได้งาม

ปลูกองุ่นริมเขื่อนลำแชะ ผลดกเต็มสวน ตัดขายปีแรกรายได้งาม

-

นครราชสีมา–สุดเจ๋ง  ชาวครบุรี  ปลูกองุ่นริมเขื่อนลำแชะ ได้ผลดีดกเต็มสวน เตรียมตัดขายปีแรก

นางถวิล ฉวยกระโทก อายุ 50 ปี อยู่บ้านมะค่า หมู่ที่ 4 ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้ใช้พื้นที่ว่างหน้าบ้าน ซึ่งอยู่ด้านหน้าเขามะค่า ติดเขื่อนลำแชะ ทดลองปลูกองุ่นพันธุ์แบล๊คโอปอล และไบคานัวร์ เกือบ 100 ต้น ซึ่งตอนนี้กำลังเริ่มให้ผลผลิตดกเต็มต้น และอีกประมาณ 1 เดือน กำลังจะสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยก่อนหน้านี้ในพื้นที่ อ.ครบุรี ยังไม่เคยมีใครปลูกองุ่นในพื้นที่และได้ผลผลิตมากขนาดนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเกษตรกรในพื้นที่ อ.ครบุรี ที่ทำให้เห็นว่า ยังสามารถใช้พื้นที่ปลูกพืชทางเลือกชนิดอื่นๆ ได้อีกหลากหลาย นอกเหนือจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว อย่างเช่น มันสำปะหลัง อ้อย หรือข้าวโพด

นางถวิล บอกว่า การที่ตนเองตัดสินใจทดลองปลูกองุ่นนั้น เกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวที่ชอบทานองุ่น และเคยเห็นบางบ้าน เคยนำเอาองุ่นมาปลูกและให้ผลผลิต จึงลองหาซื้อพันธุ์มาปลูกบ้าง โดยเริ่มจากปลูกไม่กี่ต้น ซึ่งพบว่าเจริญเติบโตดี และมีแนวโน้มจะได้ผลผลิต จึงซื้อมาปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  พร้อมกับศึกษาหาความรู้ผ่านทางสื่อโซเซียลต่างๆ จนมารู้ตัวอีกที ก็มีองุ่นเต็มหน้าบ้านเกือบ 100 ต้นแล้ว

และเมื่อปลูกมากขนาดนี้ก็อยากจะให้ได้ผลผลิต จึงไปเข้าร่วมคอร์สศึกษาการปลูกองุ่นอย่างละเอียด เพื่อนำมาปรับใช้ จนตอนนี้ผ่านมาเกือบ 3 ปี ปรากฏว่า ได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆ  โดยเฉพาะปีนี้องุ่นออกผลดกเต็มต้น และหวังว่าจะดูแลให้ได้ขาย สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งบ้าง

อีกทั้ง โดยส่วนตัวมีความเชื่อมั่นว่า พื้นที่ของ อ.ครบุรี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สามารถจะปลูกองุ่นได้  เพราะพื้นที่ใกล้เคียง อย่างเช่น อ.วังน้ำเขียว มีสภาพดินและอากาศที่คล้ายคลึงกัน ยังสามารถเพาะปลูกองุ่นเป็นพืชเศรษฐกิจได้ดี ซึ่งมาวันนี้ก็เห็นแล้วว่า สามารถทำได้จริง

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ยังคงต้องศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมต่อไปจนกว่าจะมีความชำนาญ เพราะองุ่นแม้ว่าจะปลูกและเติบโตได้ แต่ก็ยังมีความซับซ้อนในขั้นตอนการดูแลที่จะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบกว่าพืชหลายชนิด  แต่องุ่นก็ถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่สามารถปลูกและให้ผลิตได้ใน อ.ครบุรีแห่งนี้

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...