Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดถกสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียน+3 รับมือแผนระบายข้าวช่วยประเทศสมาชิก

ถกสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียน+3 รับมือแผนระบายข้าวช่วยประเทศสมาชิก

-

สศก.ร่วมเวทีคณะมนตรีขององค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียน+3 ครั้งที่ 13 รับมือแผนการระบายข้าวเพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิก

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยถึงการเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีขององค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 13 [The 13th Meeting of ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve (APTERR) Council] ระหว่างวันที่ 19 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่าการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของสำนักเลขานุการ APTERR ได้แก่ แผนงานการดำเนินงานระบายข้าวเพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิก สถานะทางการเงินของกองทุน APTERR และแนวทางปรับปรุงกลไกการดำเนินงานของ APTERR ให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเห็นชอบการต่ออายุสัญญาจ้างของนายชุมเจธว์ กาญจนเกสร ผู้จัดการทั่วไปสำนักเลขานุการ APTERR วาระที่ 2 เป็นระยะเวลา 3 ปี (ปี 2568-2571)

สำหรับผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย คณะมนตรีจากประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศบวกสาม (สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ธนาคารพัฒนาเอเชีย โครงการอาหารโลก สำนักเลขานุการ AFSIS และสำนักเลขานุการ AFSRB ทั้งนี้ มี Mr. Takinami Hirofumi ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น เป็นประธานพิธีเปิดการประชุม พร้อมนี้ นางสาวหิรัญญา สระสม ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ สศก.  และนางบุณฑริกา กระจ่างวงษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงโตเกียว ในฐานะผู้แทนไทยได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

ในการประชุมฯ เลขาธิการ สศก. ได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิก APTERR ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วน ในการดำเนินการเพื่อรับมือและตอบสนองต่อปัจจัยท้าทายต่างๆ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคระบาด การระบาดของโรคในสัตว์ รวมถึงนโยบายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าของหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร

ความมั่นคงทางอาหาร และการค้าในระดับโลก รวมถึงในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้น ประเทศสมาชิกต้องร่วมกันริเริ่มนโยบายและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างกลไกที่มีอยู่ภายใต้ความตกลง APTERR ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเพิ่มความรวดเร็วในการระบายข้าวสำรองฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤต เสริมสร้างความยืดหยุ่นและความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานอาหาร นอกจากนี้ การส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ให้มากขึ้น ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนความสำเร็จของ APTERR ในอนาคต

นอกจากนี้ เลขาธิการ สศก. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การประชุมฯ ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีของไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพของสำนักเลขานุการ APTERR และประเทศสมาชิก ได้หารือร่วมกันในระดับนโยบายเพื่อยกระดับบทบาทของ APTERR รวมถึงแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานของ APTERR ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตอบสนองและเตรียมความพร้อมสำหรับการช่วยเหลือประเทศสมาชิกในกรณีเกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน เพื่อให้มั่นใจว่าภูมิภาคของเราจะมีความมั่นคงทางอาหารและสามารถบรรเทาปัญหาความยากจนได้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...