Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเลี้ยงกุ้งแบบดั้งเดิม เสี่ยงเสียหาย ทำกุ้งไทยไม่เติบโต

เลี้ยงกุ้งแบบดั้งเดิม เสี่ยงเสียหาย ทำกุ้งไทยไม่เติบโต

-

อ่านบทความของ ดร.บัณฑิต นิจถาวร เรื่อง “อย่าให้ภาคเกษตรหายไปกับสังคมสูงวัย” แล้วเห็นด้วยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม  การขาดโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนเพราะรัฐไม่ลงทุน ทั้งระบบชลประทาน ระบบดิจิตอล เทคโนโลยี ทำให้ภาคเกษตรไม่สามารถใช้ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มการผลิต  ส่งผลให้ภาคเกษตรไทยล้าหลัง ไม่เติบโต ภาคเกษตรจึงเหลือแต่เกษตรกรสูงวัย ไม่มีคนหนุ่มสาว  หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทย

ระบบเทคโนโลยีเกษตรนี่ล่ะ ที่จะต้องเข้ามาทดแทนการทำเกษตรแบบดั้งเดิม ซึ่งล้าหลังลงทุกวัน  สวนทางกับการเกิดขึ้นของโรคระบาดใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรทั้งสิ้น กระบวนการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิม จึงไม่ตอบโจทย์ที่จะรักษาความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย

กระบวนการเลี้ยงกุ้งก็เช่นกัน ที่ผ่านมากุ้งไทยมีปัญหาเรื่องโรคระบาดจนทำให้ผลผลิตกุ้งลดลงต่อเนื่องหลายปี จากผู้ผลิตกุ้งอันดับ 1 ของโลก ต้องล่วงหล่นไม่เป็นท่ามายาวนาน แต่วันนี้นับว่าโชคดีที่คณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ เห็นชอบหลักการ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2568 – 2572 รวม 11 มาตรการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายระดับโลก และนโยบายระดับประเทศ ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างยิ่ง

หากทำได้สำเร็จทุกมาตรการ อันประกอบด้วย  1.)  การพัฒนาพ่อแม่พันธุ์ให้เหมาะสมกับการเลี้ยงกุ้งทะเล เพื่อให้ได้ลูกกุ้งทะเลคุณภาพ 2.) การจัดการฟาร์มเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน 3.) การส่งเสริมการใช้อาหารที่เหมาะสมกับรูปแบบการเลี้ยง 4.) การจัดการโรคและการป้องกันโรคในกุ้ง 5.) การพัฒนาระบบเฝ้าระวังติดตามตรวจสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล 6.) การเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์สินค้ากุ้งทะเลหลังการจับ 7.) การสร้างแบรนด์และเพิ่มช่องทางการตลาด 8.) การบริหารจัดการข้อมูลกุ้ง 9.) การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม 10.) การยกระดับความรู้บุคลากร ทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ และ 11.) การสร้างเครือข่าย ความเข้มแข็ง

กลไกสำคัญของการขับเคลื่อนมาตรการเหล่านี้ หนีไม่พ้น “เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง” ของไทยที่ต้องใส่ใจพัฒนาเทคโนโลยีการเลี้ยงอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ก่อนเริ่มเลี้ยงไปจนจับขาย การเตรียมบ่อด้วยวิธีดั้งเดิมที่เพียงปล่อยน้ำจากแหล่งธรรมชาติแล้วลงกุ้งเข้าเลี้ยงเลยนั้น เป็นความเสี่ยงอย่างมากที่กุ้งจะเสียหาย ไม่ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ ทั้งจากโรคระบาดและสัตว์แปลกปลอมที่ปะปนเข้ามา

สิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมบ่อ เตรียมลูกกุ้ง ส่วนขั้นตอนการเตรียมน้ำที่ดีที่สุด น่าจะใช้ระบบน้ำหมุนเวียนที่ไม่ปล่อยน้ำออกสู่ภายนอก และไม่นำน้ำภายนอกที่ยังไม่มีการกรองเข้าสู่ระบบการเลี้ยง  เทคโนโลยีนี้เพื่อลดการใช้น้ำและควบคุมคุณภาพน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดมลพิษและเพิ่มความยั่งยืนในการเลี้ยงกุ้ง

หรืออย่างน้อยในบางพื้นที่ที่มีความเสี่ยง กรณีมีสัตว์ต่างถิ่นแปลกปลอมยิ่งต้องระมัดระวัง เช่น การเตรียมบ่อพักน้ำ และเตรียมตาข่ายละเอียดสำหรับกรองน้ำ ป้องกันสัตว์แปลกปลอมเล็ดรอดเข้ามาในบ่อ ควรเพิ่มการใช้กากชาเพื่อทำลายสัตว์แปลกปลอมด้วย หยุดการดึงน้ำเข้าบ่อโดยไม่ทำอะไรเลยได้แล้ว

เมื่อรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญกุ้งไทย ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องคว้าโอกาสนี้ หยุดหมกมุ่นกับการเลี้ยงแบบเดิมๆ  แต่ควรหันมาเร่งวางแผนพัฒนาการเลี้ยง และนำเทคโนโลยีการเลี้ยงที่ดีเข้ามาใช้  เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนกุ้งไทยให้เติบโต ทวงแชมป์ส่งออกกุ้งกลับคืนสู่ประเทศไทย และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติให้ได้อีกครั้ง

 โดย…รังสรรค์ ชลาสินธุ์

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...