Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดดำที่ 5 "แพะภูพาน" สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างรายได้เกษตรกรทั่วไทย

ดำที่ 5 “แพะภูพาน” สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างรายได้เกษตรกรทั่วไทย

-

ปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร ได้รับการสนับสนุนมาตลอดจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จนประสบความสำเร็จได้ 4 ดำแห่งภูพาน ไก่ดำภูพาน, หมูดำภูพาน, โคเนื้อภูพาน และกระต่ายดำภูพาน สร้างงานสร้างเงินให้กับเกษตรกรจำนวนมาก ล่าสุดได้มีการพัฒนาแพะดำภูพาน อันถือเป็นดำที่ 5 ว่าที่สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่

“หลังจากได้ 4 ดำภูพานที่มีสายพันธุ์นิ่งแล้ว ศูนย์จึงคิดพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ได้ดำที่ 5 เพื่อเป็นอีกหนทางเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการต่อยอด เราจึงพัฒนาสายพันธุ์แพะขึ้นมา เพราะมองว่าแพะใช้พื้นที่เลี้ยงน้อย สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ที่เกษตรกรถือครองพื้นที่เกษตรลดลง โดยคัดเลือกแพะที่มีลักษณะโครงสร้างสูงใหญ่ เลี้ยงง่าย โตเร็ว ให้ลูกแฝด ให้เนื้อเยอะ ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี โดยปรับปรุงพันธุ์จากแพะ 4 สายพันธุ์ ที่มีข้อดีต่างกันไป ซึ่งต้องใช้เวลา 5 ช่วงอายุ หรืออีกกว่า 3 ปี จึงจะได้แพะดำภูพานที่มีสายพันธุ์นิ่ง”

นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร บอกถึงที่มาของแพะดำภูพาน ว่าที่ดำที่ 5 โดยใช้เวลาพัฒนามากว่า 1 ปี

ได้มีการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์สัตว์เพื่อมุ่งหวังให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง แม้หลายอย่างจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่เราก็ยึดหลักของในหลวงรัชกาลที่ 9 “ขาดทุนคือกำไร” ภายใต้โจทย์ 5 ข้อ ที่พระองค์ท่านพระราชทาน

พันธุ์สัตว์ต้องง่ายทั้งการเลี้ยง การดูแล การขยายพันธุ์, อาหารสัตว์ต้องหาง่ายในท้องถิ่น, เทคโนโลยีต้องง่ายไม่ซับซ้อน เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ ทำได้เอง, สัตว์ต้องเลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพอากาศ โรคระบาดได้ดี และสำคัญที่สุดคือ เลี้ยงแล้วต้องกินได้ ขายได้ มีกำไร

ทางศูนย์จึงได้ต่อยอดพัฒนาแพะดำภูพานจากแพะ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ แพะพันธุ์บอร์ดำ ที่มีขนาดใหญ่ ขนสีดำ ให้ลูกเฉลี่ย 1-2 ตัว, แพะพันธุ์คาลาฮารีเรด ที่มีลำตัวใหญ่ ขนสีน้ำตาล สันจมูกงุ้ม, แพะพันธุ์จัมนาบารี ที่มีโครงร่างสูงใหญ่สูงได้ถึง 100 ซม. ขนสั้น มีหลากหลายสี ใบหูยาว เป็นแพะกึ่งเนื้อกึ่งนม และแพะแบล็คเบงกอล ที่มีขนสีดำ ให้ลูกดกครอกละ 2-3 ตัว แต่มีข้อเสียที่ตัวเล็ก เป็นแพะพระราชทานที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับจากรัฐบาลบังกลาเทศ

นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์บอกอีกว่า ระหว่างการพัฒนาสายพันธุ์ ศูนย์จึงมีแนวคิดว่า ทำอย่างไรให้แพะไม่มีกลิ่นสาบ การศึกษาพบว่า ตามสัญชาตญาณของแพะ แพะตัวผู้วัยหนุ่มเมื่อใกล้ฤดูผสมพันธุ์จะฉี่ใส่ตัวเมีย เพื่อจับจองไว้เป็นเจ้าของ ฉี่จึงติดกับเนื้อแพะ ทำให้มีกลิ่นสาบ

ฉะนั้นเมื่อแพะที่จะนำไปขุนเป็นแพะเนื้อมีอายุได้ 8-9 เดือน จะทำการตอน เพื่อไม่ให้มีความรู้สึกทางเพศ จากนั้นจับแยกฝูงจากตัวผู้ที่ยังไม่ตอน ส่วนตัวเมียและแพะที่จะเก็บไว้ทำพ่อแม่พันธุ์จะไม่ตอน พร้อมไปกับพัฒนาสูตรอาหารจำพวกแพะ ที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในพื้นที่.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...